ทิ้งทวนปราศรัยใหญ่ครบถ้วนทุกพรรคเรียบร้อยอีกแค่วันเดียว ถึงเวลาเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งกำหนดอนาคตประเทศไทย วันที่ 14 พ.ค.2566ได้เห็นโฉมหน้าพรรคใดจะเป็นนัมเบอร์วันชนะศึกเลือกตั้ง หลังปล่อยพลังสู้กันสุดแรงเกิดตลอด 1 เดือนกว่าที่ผ่านมาบรรยากาศความดุเดือดที่ไม่ใช่แค่การสู้กันระหว่างฝ่าย “เสรีนิยม-อนุรักษ์นิยม” ทำสงครามเลือกข้าง เอาหรือไม่เอา “ลุง” เท่านั้น แม้แต่ฝ่ายเดียวกันเองก็ยังฉวยจังหวะแทงหลังกันอุตลุดล่อกันหนักหน่วงทั้งเกมบนดิน ใต้ดิน ปมดราม่า อีนุงตุงนังถึงวินาทีสุดท้าย เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ทุกป้อมค่ายมีเดิมพันสูง การแข่งขันดุเดือดเข้มข้น ชนิดที่ผู้คุมกฎกติกา 6 อรหันต์ กกต.ต้องเล่นบทเข้มในการควบคุมผู้เล่นโดย “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” กกต. ระบุว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แจ้งข้อมูลเบาะแสมาที่ กกต.ทั้งหมด 127 เรื่อง และมีคำร้องที่วินิจฉัยชี้ขาดสั่งไม่รับเป็นคำร้องแล้ว 33 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 94 เรื่องโดยจะดูการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มาเป็นบทเรียนแล้วมีการแก้ไข จะยึดมั่นในความถูกต้อง ถ้าทำความผิดจะดำเนินการโดยเคร่งครัดตามขั้นตอน กกต.จะไม่ไปกลั่นแกล้ง หรือไปให้ร้าย แต่ถ้ากระทำความผิดลงโทษแน่ จะไม่ละเว้นใบเหลือง–ใบแดงก็อาจจะต้องเกิดขึ้นกรรมการฮึ่มๆ เงื้อดาบขู่ฟันกันแล้วอีกทางหนึ่ง กกต.เองก็ไม่พ้นเป็นเป้าโฟกัสเช่นกัน ถูกจับตามาตั้งแต่โปรแกรมการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีปัญหาในการจัดการเลือกตั้งสารพัดปมทั้งความไม่พร้อม ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง การกำหนดให้มีบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้าน ต้องเขียนจ่าหน้าซองใส่บัตรเพื่อส่งกลับไปยังเขตเลือกตั้ง ฯลฯเสียงวิจารณ์กระหึ่มเมือง เต็มโซเชียล ติดแฮชแท็กตั้งคำถามการทำงาน “กกต.มีไว้ทำไม” ไปจนกระทั่งรณรงค์เข้าชื่อทางเว็บไซต์ได้เป็นล้านชื่อ เพื่อถอดถอน 6 อรหันต์จากตำแหน่งถนนทุกสายมุ่งตรงไปหา “กรรมการ” ต้องรับเผือกร้อน แค่คุมเกมเลือกตั้งยังไม่พอยังมีก้อนอิฐโยนใส่จากทุกทิศทุกทางวันนี้จึงเป็นไฟต์บังคับที่ 6 อรหันต์ กกต. นำโดยอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ต้องส่ง กกต.ออกมาเทกแอ็กชันเอง หลังจากให้ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.ออกมารับหน้าเสื่อแทนมาตลอด ล่าสุด 1 ใน 6 เสือ กกต.อย่าง “ฐิติเชฏฐ์” ต้องออกมายืนยันขึงขัง กกต.ทุกคนมีภูมิหลัง มีเกียรติและศักดิ์ศรี ยึดหลัก “สุจริตและเที่ยงธรรม” ยืนยันจะวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่หรือช่วยเหลือพรรคใดพรรคหนึ่งออกบทเข้มหน้าที่ สวนเสียงวิจารณ์แน่นอน ก็สร้างความมั่นใจในระดับหนึ่งสำหรับผู้เล่นและคนดูขอบสนาม แต่งานนี้ “กรรมการ” เป็นอีกเป้าหมายจับตาไม่กะพริบ แม้แต่นานาชาติก็จับจ้องมายังการเลือกตั้งใหญ่ในไทยล่าสุด คณะผู้แทนองค์การจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ โดยมีสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย และองค์การระหว่างประเทศ โดดเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ร่วมกับ กกต.ด้วยโลกปรับโฟกัส ติดตามทิศทางอำนาจรัฐบาลชุดใหม่ไม่เท่านั้น ที่ กกต.ต้องเพิ่มความรอบคอบในการใช้อำนาจ “ดาบอาญาสิทธิ์” แจกใบเหลือง–ใบแดง เท่ากับหั่นแต้ม–ลดแต้ม ส่งผลต่อการแข่งขันจำนวนที่นั่งแต่ละพรรคการเมือง ยังไม่นิ่งทีเดียวหลังเลือกตั้งคิวที่หลายฝ่ายก็เริ่มออกมาดักคอดักทาง โดยเฉพาะเกมจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นอกจากอยู่ที่การรวมเสียงแพ็กขั้วกันแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยเกี่ยวข้องเพราะตัวแปรที่อาจทำให้เกมพลิกผัน อยู่ที่ใบเหลือง–ใบแดงของ กกต.ด้วย.ทีมข่าวการเมือง