แนวความคิดทางการเมือง มีทั้งฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ฝ่ายกลางๆ ประเทศประชาธิปไตยที่มีระบบพรรค 2 พรรค เช่น สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ และสหรัฐอเมริกา มักจะแบ่งแยกแนวความคิดทางการเมือง เป็น 2 ฝ่าย เช่น พรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ เป็นพรรคเอียงขวา ส่วนพรรคเดโมแครต เป็นพรรคเอียงซ้ายประเทศไทยในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน เช่น หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จากการลุกขึ้นต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ มีการแข่งขันกันตั้งพรรคการเมือง แบ่งเป็นฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา พรรคที่เกิดใหม่ในยุคนั้น ส่วนใหญ่เอียงซ้าย ยึดแนวทางการเมืองและสังคมแบบสังคมนิยมแม้ประชาธิปไตยจะล้มลุก คลุกคลานมาโดยตลอด แต่ยังสืบทอดแนวคิดแบบซ้ายและขวา พรรคการเมืองในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นกลุ่มพรรคอนุรักษ์นิยม มีพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นแกนนำ และกลุ่มพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มีพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคอื่นๆอาจเข้าได้ทั้งสองกลุ่มในการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. พยายามทำลายกำแพงของความแตกแยก อันสืบเนื่องมาจากแนวคิดทางการเมือง ด้วยการประกาศนโยบาย “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ยินดีจับมือกับทุกฝ่าย มีเสียงเชียร์ในระยะแรกๆ แต่ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง หลักการนี้ก็พังทลายท่ามกลางความเข้มข้นของการรณรงค์หาเสียง 2 รองหัวหน้าพรรค พปชร.คล้ายกับจะยกเลิกนโยบาย “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” มาใช้นโยบายใหม่ จะไม่จับมือพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะทั้งสองพรรคมีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ และเลิกเกณฑ์ทหารพรรคก้าวไกลมีนโยบายเช่นนั้นจริง แต่พรรคเพื่อไทยดูเหมือนจะไม่ได้ประกาศชัดเจน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คำประกาศของพรรค พปชร. คือการฉีกทิ้งนโยบายขจัดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดอง ผลการศึกษาของคณะกรรมการอิสระฯ ที่มี ศ.ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน เสนอให้แก้ไขมาตรา 112คณะกรรมการอิสระที่มีชื่อย่อว่า “คอป.” ระบุว่า ม.112 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดอง ม.112 ไม่ใช่กฎหมายที่ห้ามแก้ไข คณะรัฐประหารชื่อ “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” เคยมีคำสั่งแก้ไข เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2519 เพิ่มโทษเป็นจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี ที่เป็นประเด็น.