หากจะมีเสียงทัก การเมืองเมืองไทยกำลังคึกคักเข้มข้น เหตุฉันใดจึงไม่เขียนถึงบ้าง จึงอยากจะบอกว่า เรื่องพระๆนี่ล่ะ คือวิชาการเมืองเรื่องสำคัญไม่ว่าจะแต่โบราณนานมา หรือในโลกปัจจุบัน การใช้กำลังรบชิงเมือง นั้นยังเป็นเรื่องแรก เรื่องที่ยาก แต่ที่ยากยิ่งกว่า เมื่อได้เมืองมาแล้ว จะปกครองเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้แค่ไหน อย่างไรเขาก็ใช้พระ ใช้ศาสนา หรือใช้ลัทธิอะไรสักอย่าง...นี่ล่ะ เป็นเครื่องมือปกครองเด็กรุ่นใหม่หลายคนคงได้ดูหนังฝรั่ง บุ๊คออฟอีไลน์ ที่เดนเซน วอชิงตัน เล่นเป็นพระเอกกันมาบ้างสงครามในอุษาคเนย์...ประเทศหนึ่งรบชนะชิงเมืองหนึ่ง บางสถานการณ์เขาทิ้งเมืองไว้ แต่เอาทรัพยากรที่สำคัญที่สุด คือคนไปด้วยจำคำพังเพยเมืองเหนือได้ไหม? เก็บผักไส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง นั่นปะไรเมื่อเอาคนมาแล้ว แถวๆเมืองพุทธ เป็นปกติเลย ก็ต้องยึดเอา “มิ่งขวัญ” คือพระพุทธรูปสำคัญ อาจอ้างว่า เพื่อให้ผู้คนเมืองนั้นมีไว้กราบไหว้ แต่จริงๆแล้วก็อยากได้พระของเขามาไหว้เองผมเพิ่งรู้จากมัคคุเทศก์ลาว ในจำนวนประเทศใหญ่ๆ นับแต่จีน ญวน พม่า เขมร ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกาและไทย...ลาวเป็นเมืองน้องของเขาทั้งนั้น เฉพาะพี่ไทย น้องลาวจดไว้ 114 ปี แม่เจ้าโวย!เมื่อพี่อยากได้อะไร น้องก็ต้องกัดฟันให้ ตัวอย่าง พระเสิม พระใส พระแสน พระพุทธรูปสำคัญของลาว ที่ตอนนี้อยู่ที่วัดปทุมวันถ้า “พระสุก” ไม่หล่นน้ำ ตอนใส่เรือข้ามโขง (ยังเรียกเวินพระสุกถึงวันนี้) ไทยคงมีพระสุกเพิ่มอีกองค์ไปหลวงพระบางเที่ยวนี้ ผมขอเอ่ยชื่อเจ้าภาพ บริษัทซีเค พาวเวอร์ เขาตั้งใจชวนไปดูเขื่อนพลังน้ำที่ไซยะบุรีครับ แต่เป็นธรรมเนียม จึงพาไปไหว้พระให้อิ่มอกอิ่มใจก่อนผมเพิ่งเจอกำหนดการ...จึงอ่านเจอ ตอนนี้ลาวมีพระสำคัญคู่บ้าน คู่เมืองอยู่สามองค์ พระบาง เรารู้กันอยู่แล้ว องค์ที่สอง ผมก็เขียนไปเหมือนกัน พระแสน วัดหนองสีคูนเมือง ในกำหนดการ เขาเรียกพระเจ้าองค์แสนมีข้อมูลสั้นๆว่า ท่านลอยน้ำมาจากมืองเชียงแสนดินแดนไทยองค์ที่สาม พระม่าน ตอนแรกที่ผมได้ฟัง ก็มโนไปตามเพลง...คงเป็นพระสำคัญ ที่มีผ้าม่านรูดบังไว้ เอาเข้าจริงๆเป็นพระพุทธรูปโลหะขนาดย่อม ปางห้ามญาติเหมือนพระบาง แต่หน้าตาคมเข้มแปลกแปร่งกว่า...พระม่าน ท่านอยู่ในมณฑปย่อมๆสลักเสลางดงามมาก คณะเราไป สาธุ...หรือท่านอาจารย์สมภาร ท่านมานั่งนำสวดมนต์ภาวนา ไหว้พระม่านด้วยตัวเองระหว่างพิธีการ...ผมก็คิดว่ากว่าจะกราบท่านได้ก็ต้องเปิดประตูมณฑปก่อน นี่คงเป็นที่มาแทนคำว่า “ม่าน” แต่สิ่งที่เดาก็ไม่ใช่อีก...พระม่าน องค์นี้ เป็นพระที่มีเรื่องเล่าว่า เป็นของชนเผ่าม่านชนเผ่าม่านหล่อพระองค์นี้เป็นมิ่งขวัญ แต่มีหลายพวกรบชิงพระกัน จนวันหนึ่งพวกที่รบแพ้ ไม่อยากทิ้งพระให้ศัตรู จึงเอาพระลอยแพ จนมาถึงเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นชาวพุทธด้วยกันถือเป็นบุญวาสนาของชาวลาวที่ได้มาเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์ผมอ่านหนังสือมาบ้าง...“ม่าน” ชื่อชนเผ่าเจ้าของที่เรียกเป็นชื่อพระ คือ “พม่า” ยังจำโคลงโบราณบาทหนึ่งได้ “มอญม่านประมวลมา สามสิบ หมื่นแฮ”ม่าน ในโคลงนี้ พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายสั้นๆคำเดียวว่า “พม่า”เมื่อมัคคุเทศก์ตอบแน่ใจ...มากๆ “ไทใหญ่” ผมก็อึ้งค่อยๆคิดๆไป คำบอกมัคคุเทศก์ลาว ไม่ผิด คำอธิบายในพจนานุกรมไทย ก็ไม่ผิดเพราะไทใหญ่ในรัฐฉานของพม่า ช่วงเวลาอาณาจักรพุกาโรยรา เคยรบชนะจนมีอำนาจเหนือเผ่ามอญเผ่าพม่า หลายร้อยปี เพิ่งมาเสียอำนาจให้พม่าเอาในสมัยบุเรงนองที่ไกด์บอก ไทใหญ่รบกันเอง ที่จริงก็รบแพ้พม่า นี่ก็เดาเอาอีกล่ะครับ ตอนไทใหญ่แพ้นี่ล่ะ จึงนิมนต์พระลอยแพมาถึงลาว เรื่องราวก็คล้ายเรื่องพระเมืองเหนือ ลอยน้ำในไทย ซึ่งก็น่าจะลอยกันตอนรบแพ้พม่าเหมือนกัน.กิเลน ประลองเชิง