มีนิยามว่าไว้...ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องระหว่าง “รัฐ” ต่อ “รัฐ” หรือ “รัฐประชาชาติ” โดยรัฐหรือชาติใดจะอยู่โดดเดี่ยวไม่เกี่ยวข้องกับรัฐและสังคมใด...ย่อมอยู่ไม่ได้ ประเทศไทยจึงเป็นส่วนหนึ่งทั้งองค์การระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคโดยมีสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล และผู้แทนถาวร ตั้งอยู่ ณ ประเทศทั่วโลก...กลับกันประเทศเหล่านั้นก็มีองค์กรเดียวกันตั้งอยู่ในบ้านเรา เพื่อแลกความสัมพันธ์ อาทิ ทางการเมืองโดยอาศัยการดำเนินงานทางการทูต หรือทางทหารเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ...จากการซื้อขายสินค้าและสถาบันการเงินเรียก “เศรษฐกิจระหว่างประเทศ” ทางกฎหมายและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่ขาดเสียมิไม่ได้...คือทางสังคมเกี่ยวกับการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่มนุษย์โลกส่วนหนึ่งจาก 1,700 ล้านคน ต้องการพักผ่อนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์... หรือ...อะไรก็ได้ที่จะนำพาโลกไปสู่สันติภาพ ภราดรภาพนี่คือโจทย์...ที่ทำให้คนไทยคนหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า “ไอ้บ้านนอก” (AI BAAN NAWK) สุภาพหน่อยคือ “เด็กบ้านนอก” (DEK BAAN NAWK) เพราะเคยผ่านชีวิตอยู่รัฐอาร์คันซอ ทางตอนใต้อเมริกา และอเมริกันชนมักเรียกคนแถวนั้นเช่นนี้...ครั้นเมื่อกลับไทยเขาได้เป็น “ไอ้บ้านนอก” อีกครั้งเพราะอาศัยอยู่ย่านบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อาชีพหลักทำสวนมานานกว่า 50 ปีสวนที่ว่าติดอันดับ “1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก” คือ “สวนนงนุชพัทยา” ชาวสวนที่ว่านี้ชื่อ กัมพล ตันสัจจา ประธานสวนฯ ที่แอบเก็บโจทย์ไว้ในใจ...ทำอย่างไรถึงจะสร้าง “สวนของขวัญ” เป็น “เฟรนด์ชิพ การ์เด้น” แก่มิตรประเทศในไทยได้?“เรามีพื้นที่ 1,700 ไร่ วัตถุดิบคือไม้ดอกไม้ใบไม้สวนป่าเขตร้อนชื้นกับป่าเมืองหนาว กว่า 8,000 ชนิด ดีไซน์จำแนกเป็นสวน 50 ประเภทให้มนุษย์ได้ชมความงามและเรียนรู้ถึงถิ่นกำเนิด แล้วขยายพันธุ์เก็บไว้ในบ้านเราเองต่อไป” กัมพลว่า กัมพล ตันสัจจาเราเริ่มตกผลึกเมื่อภรรยาท่านทูตฝรั่งเศสประจำไทยช่วงนั้น มาเที่ยวชมสวนเลือกซื้อต้นไม้ไปตกแต่งทำเนียบทูต จึงเสนอเป็นเจ้าภาพจัดสวนให้โดยไม่คิดค่าลงทุนโจทย์นั้นเป็นจริงเมื่อได้มอบ “สวนของขวัญ” หมายถึง “เฟรนด์ชิพ การ์เด้น” เป็นแห่งแรกจากไทยสู่แดนน้ำหอม โดยใช้สวนพฤกษาย่อส่วนเป็นสื่อนำสัมพันธภาพครั้งนี้“ผมลงมือจัดสวนภายใต้ความเห็นชอบจากรัฐบาลฝรั่งเศส โดยใช้พันธุ์ไม้ป่าเขตร้อนเหมาะกับอุณหภูมิอากาศสภาพแวดล้อมตกแต่ง และสามารถยืนต้นเจริญพันธุ์ได้โดยธรรมชาติ”ลงลึกในรายละเอียด การจัดสวนที่ดีนักออกแบบต้องคำนึงถึง “แลนด์ ยูส” เป็นสำคัญ คือสวยงามใช้งานได้ระยะยาวลงตัวแบบสร้างบ้านต้องสัมพันธ์กันตั้งแต่หน้าบ้านในบ้านถึงหลังบ้าน“เราทำจนเสร็จพร้อมดูแลรักษาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภูมิใจที่มีโอกาสมอบของขวัญแก่ชาวฝรั่งเศส โดยไม่จำเป็นต้องปักป้ายบอกหรอกว่าใครสร้าง?...เพราะนั่นไม่ใช่เจตนารมณ์” น่าดีใจว่าหลังจากนั้นสถานทูตหลายแห่งในประเทศไทยได้ติดต่อประสานความร่วมมือจัดสวนให้โดยบอกมีงบสนับสนุน...อันหลังนี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์ผู้มีจิตอาสาบนเวทีประชาชนกับองค์กรยกตัวอย่าง “ภูฏาน”...ราชอาณาจักรเล็กๆบนเทือกเขาหิมาลัย มี “สมเด็จจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก” ซึ่งชาวไทยรู้จักดีเป็นประมุขและคือสถานทูตที่สนใจ “เฟรนด์ชิพ การ์เด้น” จัดสำเร็จไปเมื่อปี 2561ครั้งนี้...เป็นคอนเซปต์สวนไม้ยืนต้นร่มเงาร่มรื่น บ่งบอกถึงสัมพันธ์อันเกิดจากพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยทรงเป็นต้นแบบด้านเกษตรกรรมแด่สมเด็จจิกมีฯ ทำให้มิตรไมตรีนั้นถูกส่งต่อสู่ประชาชนทั้งสองฝ่าย ยังผลให้ปี 2556 มีนักท่องเที่ยวภูฏานเที่ยวไทย 3,575 คน ปี 2558 เพิ่มเป็น 3,778 คนณ ปัจจุบันเพิ่มพรวดเป็น 2 หมื่นคน ส่วนไทยไปเยือนภูฏานปีละประมาณ 22,000 คน ขณะที่นั่นใช้มาตรการคุมเข้มจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม...แต่กับไทยได้ลงนามเอ็มโอยูที่จะส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวให้แก่กันเรียบร้อยแล้วและที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งก็คือ...หลังการสร้างสวนดังกล่าวพระประมุขแห่งเทือกหิมาลัยได้ทรงส่งมอบ “ธงมนตราแห่งโชคลาภ” พระราชทานแก่ทีมงานเจ้าของฉายา “ไอ้บ้านนอก” เพื่อทรงขอบคุณธงดังกล่าวประดิษฐ์จากผ้าไหมทอมือจารึกบทสวดมนต์ในพุทธศาสนา เป็นธง 5 สีหมาย ถึง 5 ธาตุ...คือสีน้ำเงินแทน “ธาตุน้ำ” ให้ยั่งยืน สีขาว “ธาตุลม” แด่ผู้ประเสริฐ สีแดง “ธาตุไฟ” สู่ผลสำเร็จ สีเขียว “ธาตุไม้” คือโอบอ้อมอารี สีเหลือง “ธาตุดิน” โชคดีมีชัย ถูกอัญเชิญโบกไสวเหนือศาลาเทวดาสวนฝรั่งเศสทุก 6 เดือนเมื่อธงชำรุดรัฐบาลภูฏานจะส่งมาเปลี่ยนให้ประจำทุกปี อีกประเทศ...ตั้งอยู่ปลายเจ้าพระยาคืออาณาจักรกัมพูชา นอกจากรัฐบาลอนุมัติให้จัดทำสวนขึ้นภายในสถานทูตประจำประเทศไทยแล้ว ยังร้องขอทีมงาน “ไอ้บ้านนอก” คณะนี้เดินทางไปกรุงพนมเปญเพื่อออกแบบสวนบ้านพักสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีลูกชาวนา ผู้นั่งเก้าอี้ครองตำแหน่งนานติดต่อกันนับ 3 ทศวรรษเพื่อนบ้านอีกรายคือ “สิงคโปร์”...กัมพลได้ส่งต้นยางพาราซึ่งออริจินัลร่วม 100 ปีอยู่ในสหราชอาณาจักรและไทยนำมาขยายพันธุ์ แล้วส่งต่อให้สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ปลูกเพื่อสาธิต การกรีดน้ำยางคุณภาพให้ประชาชนดู...ส่วน “การ์เด้น บาย เดอะ เบย์” ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวชื่อเสียงสุดปังของสิงคโปร์ ก็เป็นแหล่งที่ “ไอ้บ้านนอก” ส่งต้นมะพร้าวจากไทยจำนวนมากไปปลูกนับแต่วันแรกเมื่อเปิดสถานที่แห่งนี้ให้ผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชม ส่วน “สวนของขวัญ” ไทย...ที่กลายเป็นสวนมิตรภาพ “เฟรนด์ชิพ การ์เด้น” อยู่จำเพาะภายในสถานเอกอัครราชทูตต่างๆประจำประเทศไทย ได้ทวีจำนวนตามความต้องการของเจ้าของประเทศ ที่ประสงค์จะแสดงความเป็นเพื่อนเกลออันแสนดีกับไทยได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย ปากีสถาน เนปาล อุซเบกิสถาน เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ และรัสเซียยกเว้นบางประเทศในค่ายอียูและกลุ่มอเมริกาที่ชิงปฏิเสธเสียแต่นาทีแรกเพราะเกรงความไม่ปลอดภัยจากการฉวยโอกาสก่อการร้าย ขณะบางประเทศมีข้อห้ามรับของฟรีใดๆจากทุกประเทศในโลก...ทำเอาเจตนาคติจิตอาสา “ไอ้บ้านนอก” บางเสร่ รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน?นี่คือแก่นแท้ “เฟรนด์ชิพ การ์เด้น”...“สวนของขวัญ” อันเป็นมิ่งมิตรประเทศไทย.