วันนี้ (18 ม.ค.) ครบ หนึ่งเดือน อุบัติเหตุเรือ หลวงสุโขทัยอับปางกลาง อ่าวไทย ทำให้กำลังพล ต้องสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดใจถึง 29 รายและจนบัดนี้ยังหาร่างผู้สูญ หายไม่พบอีก 5 นาย“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนเรือหลวงสุโขทัยเป็นเรือหลักหนึ่ง ในห้าลำที่มีประสิทธิภาพสู้รบเต็ม อัตราศึกที่สุดของกองทัพเรือไทยล่าสุด มีข่าวว่ารัฐบาลลุงตู่เตรียม เร่งกู้เรือหลวงสุโขทัยที่จมพื้นทรายใต้ทะเลลึก 40 เมตร ขึ้นมาตรวจสอบสภาพความเสียหายว่าสามารถฟื้นฟูกลับมาใช้งานใหม่ได้หรือไม่??คาดว่าต้องใช้งบ 100 ล้านบาท และใช้เวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 6 เดือน!!เพราะการกู้เรือรบลำใหญ่ยักษ์ ขึ้นจากก้นทะเลอ่าวไทยต้องใช้บริษัท ต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง ต้องใช้เรือเครนขนาดใหญ่ขยับท้องเรือที่จมพื้นทรายเพื่อสอดลวดสลิงเกี่ยวโยงลำตัวเรือต้องใช้ทุ่นเบาะลมจำนวนมาก ดันเรือสุโขทัย พร้อมใช้อุปกรณ์พิเศษดูดน้ำและทรายจากท้องเรือเพื่อลดน้ำหนักลง ฯลฯ“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยว่า ควรเร่งกู้ซากเรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาตรวจสอบสภาพความเสียหายและพิสูจน์สาเหตุเรืออับปางให้กระจ่างแจ้งชัดเจนแต่ “แม่ลูกจันทร์” ไม่แน่ใจเมื่อเรือหลวงสุโขทัยถูกกู้ขึ้นจากก้นอ่าวไทยได้แล้วจะสามารถคืนชีพเรือหลวงสุโขทัยให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเรือรบที่จมใต้น้ำนานหลาย เดือนย่อมเสื่อมสภาพ ไม่สามารถฟื้นฟูกลับให้เหมือนเดิมโดยเฉพาะ...อาวุธประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้เรือหลวงสุโขทัยสามารถปฏิบัติการรบได้ 3 มิติ ทั้ง บนผิวน้ำ บนอากาศ และใต้ทะเลเช่น ป้อมปืนใหญ่ต่อสู้อากาศ ยาน จรวดนำวิถีจากพื้นสู่พื้นฮาร์พูน จรวดนำวิถีจากพื้นสู่อากาศอัลบาทรอส ระบบยิงตอร์ปิโดใต้น้ำอาวุธทันสมัย ราคาโคตรแพง เหล่านี้ไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาใช้ได้อีกต่อไป“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางยังมีคำถามคาใจที่คนไทยทั้งประเทศยังรอคำตอบที่แท้จริง1,เป็นไปได้อย่างไร เรือหลวงสุโขทัยออกปฏิบัติการโดยไม่มี “ต้นกลเรือ”เท่ากับเรือออกทะเลโดยไม่มี หัวหน้าฝ่ายควบคุมเครื่องยนต์2,เป็นไปได้อย่างไร มีกำลังพลติดเรือเพิ่ม 30 คน แต่กลับไม่เตรียมเสื้อชูชีพให้ครบจำนวน??3,เป็นไปได้อย่างไร เรือหลวงสุโขทัยเอียงก่อนจม 5 ชั่วโมงแต่ไม่สามารถอพยพลูกเรือได้อย่างปลอดภัย4,เป็นไปได้อย่างไร เรือรบอับปาง ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ซักคนเดียว??1 เดือนแล้ว ยังเงียบกริ๊บทั้งกองทัพเรือ ทั้งรัฐบาลคนไทยทั้งประเทศรอคอยคำตอบที่แท้จริงจนเมื่อยใจแล้วนะโยม.“แม่ลูกจันทร์”