นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ ขึ้นต้น “คอลัมน์บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องคารวะป้าบุญมี” นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับเดือนพฤษภาคม 2565 ว่าคุณป้าบุญมีได้จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางหมู่ญาติ เมื่อค่ำวันที่ 12 เมษายน ที่บ้านบางขุนไทร (อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี) อายุ 97 ปี 1 เดือน 7 วันผมสะดุดใจ ภาพป้าบุญมีผู้หญิงสูงวัย ผมขาว สองมือถือไม้พลอง คำที่หมอเรียกป้า ก็ชาวบ้านธรรมดาๆ ป้าบุญมี ต้องมีอะไรดี ถึงขั้นคนอย่างหมอสุรเกียรติ เขียนเรื่องแสดงความอาลัยจึงตั้งใจอ่านเรื่องต่ออายุราวๆ 50 ปี ป้าบุญมี ป่วยด้วยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมทรุด และกระดูกทับเส้นประสาท เริ่มอาการหลังค่อมเดินเหินลำบาก หมอ รพ.บ้านแหลมเพียงให้ยาบรรเทา ให้ใส่เสื้อเกราะพยุงหลังวันหนึ่งดูทีวี เห็นผู้สูงอายุออกกำลังกายโดยการบริหารกล้ามเนื้อ และใช้ไม้โยน ป้าบุญมีก็ลองนำมาดัดแปลงทำท่าบริหารร่างกายด้วยไม้ และบริหารกล้ามเนื้อหัวเข่า ด้วยท่า “เขย่าเข่า”ค่อยๆทำไปจนพบว่าต้องทำให้ได้ท่าละ 99 ครั้งจึงจะได้ผลทำแล้วก็คิดท่าขึ้นใหม่ จนได้ท่ารำไม้พลอง 12 ท่าหลานสาวป้า อาจารย์ผุสดี สระทอง อาจารย์วิทยาลัยพยาบาล พระจอมเกล้า เพชรบุรี ได้เห็นเป็นประจักษ์ว่า การรำไม้พลอง ส่งผลให้ร่างกายป้าบุญมีฟื้นหายเป็นปกติสุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เดินเหินคล่องแคล่ว จิตใจแจ่มใส จึงลองสมัครเป็นศิษย์ ฝึกท่ารำไม้พลองกับป้า ต่อมาก็นำไปสอนกับผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลบ้านแหลม ซึ่งก็เห็นผลดีป้าบุญมีเริ่มเป็นที่ชื่นชอบของหมู่ลูกศิษย์ ซึ่งนับวันก็เพิ่มจำนวนหลานสาวอีกคน ของป้าบุญมี อาจารย์บุญทิพย์ สิริธรังศรี อาจารย์สาขาพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นำท่ารำไม้พลองของป้า ไปสอนกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในกรุงเทพฯนพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ รู้เรื่องนี้จากอาจารย์บุญทิพย์จึงนำทีมหมอชาวบ้านไปขอสัมภาษณ์ป้า ที่บ้านบางขุนไทร ฝึกเรียนและถ่ายภาพ รำไม้พลองแล้วนำเรื่องราวตีพิมพ์ในหมอชาวบ้านฉบับพฤศจิกายน 2541ผลที่ตามมา “หมอชาวบ้าน” ช่วยจุดความสนใจ ทำให้เกิดกระแสนิยมการรำไม้พลองขึ้นในวงกว้างสื่อมวลชนหลายแขนง ตามมาสัมภาษณ์ หน่วยงาน โรงพยาบาล สถานศึกษา อบจ. อบต. เอกชน เชิญป้าบุญมีไปสอน ไกลสุดถึงอุบลราชธานีหลายปีที่ผ่านมา นพ.สุรเกียรติ ได้เห็นการรำไม้พลอง ตามสวนสุขภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คราวหนึ่งหมอนำทีมรำไม้พลองที่สวนรถไฟ (กรุงเทพฯ) ไปคารวะ และขอเรียนกับป้าบุญมีเจ้าตำรับตัวจริงที่บางขุนไทรกรมอนามัย เชิญป้า เป็นผู้แสดงสาธิตท่ารำไม้พลองถ่ายทำคลิปเผยแพร่ ทางยูทูบนพ.สุรเกียรติ ทิ้งท้ายข้อเขียนว่า...ป้าบุญมีเป็นนักเรียนรู้ในการสู้ชีวิต เอาชนะการเจ็บป่วยได้ด้วยตนเอง เป็นผู้สร้างภูมิปัญญาอันทรงค่า เป็นครูที่สอนคนให้หันมารักษาตนเอง เป็นแม่ดีเด่นเมื่อปี 2546นับเป็น “หมอชาวบ้าน” โดยแท้ผมอ่านเรื่องคารวะป้าบุญมีจบ...ก็หายข้องใจ ทำไมชาวบ้านธรรมดาๆเมื่ออยู่ก็มีแต่คนรัก เมื่อจากก็ได้รับการคารวะ รับการแสดงความอาลัยอย่างลึกซึ้งจริงใจจากผู้คนมากมาย โดยเฉพาะคนระดับหมอไม่อยากคิดไปถึงคนบางคนเลยจริงๆเมื่ออยู่ฟังเหมือนว่าไม่สู้จะมีคนรัก ยังไม่ทันจะแก่ตาย ไปทางไหนก็มีแต่เสียงผลักไสไล่ส่ง.กิเลน ประลองเชิง