ต้องยกนิ้วให้แก่ข้าราชการยุคใหม่ที่ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง มิใช่ทำแบบเช้าชามเย็นชามอย่างสมัยก่อน และก็ทำแค่ 8 โมงครึ่งเช้าถึง 4 โมงเย็นเท่านั้นแต่ในช่วงหลังๆนี้ ข้าราชการไทยมีการพัฒนาอย่างใหญ่หลวง ทำงานล่วงเวลากันดึกๆดื่นๆ และบางครั้งทำตอนเที่ยงคืน จนโดนประชาชนด่าว่า “ลักหลับ” ก็เคยมีมาแล้ว เพราะไปออกประกาศอะไร บางอย่างที่ประชาชนไม่ชอบใจตอนดึกๆดื่นๆเข้าประชาชนตื่นขึ้นมาตอนเช้าร้องลั่น...“ลักหลับ” เรานี่นาแต่สำหรับประกาศ “ปลดล็อก” กรณีโควิด-19 ทั้งในระดับรัฐบาล และในระดับจังหวัด (เฉพาะจังหวัดหรือมหานครที่ผมอยู่อาศัย) ที่ออกมา เมื่อ 2 วันที่แล้ว มาในเวลาพอดีพอเหมาะพอควรครับเริ่มจากราชกิจจานุเบกษาก่อนลงประกาศ เรื่องปลดล็อกต่างๆ ตามมติ ศบค. ประมาณสัก 4 ทุ่ม วันพฤหัสบดีที่ 23 มิ.ย. เพราะผมเห็นข่าวครั้งแรกจากเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง เวลา 22.06 น. พาดหัวไว้ว่า “มีผลแล้วราชกิจจาฯประกาศสวมแมสก์โดยสมัครใจ”เมื่อเข้าไปอ่านเนื้อข่าวซึ่งเขานำสำเนาข้อความในราชกิจจาฯ มาให้อ่านทั้งฉบับ จึงได้ทราบว่าเป็นการ ปลดล็อก ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องสวมแมสก์เท่านั้นเวลาที่ประกาศก็เป็นเวลาที่ดีมาก เพราะแค่ 4 ทุ่มกว่านิดๆ ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่หลับไม่นอน...จึงไม่ถือว่าเป็นการ “ลักหลับ”รุ่งเช้าวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2565 ผมเดินไปที่สวนสาธารณะ “นวมินทราภิรมย์” ใกล้บ้าน...นึกว่าเขาคงจะเปิดประตูให้คนเข้าทุกประตูตามประกาศนี้แล้ว... ปรากฏว่ายังไม่เปิดครับ ยังคงเปิดแต่ประตูใหญ่ ประตูเดียว เพื่อสะดวกต่อการควบคุมเหมือนเดิมผมก็เดาว่า เจ้าหน้าที่สวนคงยังไม่ได้อ่านราชกิจจานุเบกษาต่อมาในคืนวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายนนั้นเอง เวลา 4 ทุ่มกับ 16 นาที ช้ากว่าเมื่อวาน 14 นาที เว็บไซต์ข่าวเว็บเดียวกัน ก็พาดหัวอีกว่า “ด่วน! ชัชชาติออกประกาศ กทม.ปลดล็อกมาตรการควบคุมโควิด”รายละเอียดทั้งขึ้นต้นและลงท้าย หรือแม้แต่การอธิบายเรื่องแมสก์ หรือเรื่องสำคัญอื่นๆ แทบจะลอกกันมาเลย เพียงแต่เป็นประกาศของ กทม. เท่านั้น คือเอาราชกิจจานุเบกษามาย้ำอีกครั้งหนึ่งว่างั้นเถอะนี่ก็แสดงถึงความขยันขันแข็งของข้าราชการยุคใหม่ คือลงนามโดยท่านผู้ว่าฯ เมื่อเวลา 22.16 น. หรือ 4 ทุ่ม 16 นาที นอกเวลาราชการไปหลายชั่วโมงเช่นกันปรากฏว่าประกาศของท่านผู้ว่าฯได้ผลชะงัดครับ เช้าวันเสาร์รุ่งขึ้น...ผมเดินไปที่สวนสาธารณะแห่งเดิมพบว่า คราวนี้เปิดอ้าซ่าครบทุกประตู แม้แต่ประตูไกลสุดหน้าบ้านพักคนงาน ซึ่งใส่กุญแจมาตลอด 2 ปีที่แล้วแสดงว่าข้าราชการเขตและข้าราชการประจำสวนก็ทำงานดึกเช่นกัน อ่านคำสั่งผู้ว่าฯ 4 ทุ่ม 16 นาทีปุ๊บ รุ่งเช้าปฏิบัติตามทันควันส่วนประชาชนทั่วไปรู้สึกจะมีคนไม่สวมหน้ากากอนามัยมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังสวมครับ ผมว่าน่าจะยังเกิน 80 เปอร์เซ็นต์อาจเป็นเพราะประชาชนที่มาวิ่งได้อ่านคำอธิบายเรื่องสวมแมสก์อย่างสมัครใจกันแล้ว...ทั้งในราชกิจจานุเบกษาและประกาศ กทม. ซึ่งใช้สำนวนเดียวกันอธิบายได้ดีมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังสมัครใจที่จะสวมแมสก์ต่อไปอีกระยะหนึ่งครับ! เรามาถึงจุดที่จะต้องเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศกันแล้ว แม้วันนี้ (เสาร์ที่ 25 มิ.ย.) ยอดติดเชื้อใหม่ทั่วโลกยังเกิน 700,000 ราย และจู่ๆสหรัฐฯก็กลับมาเกิน 100,000 ราย รวมทั้งเยอรมนีด้วยติดไป 100,000 กว่ารายเช่นกันก็ตามของบ้านเราก็ยังติดใหม่ที่ 2,313 ราย และเสียชีวิต 16 ถามว่าเยอะไหม? ก็เยอะนะ 2 พันกว่าเนี่ย แต่ก็เอาเถอะประเทศที่เขาติดเป็นแสนต่อวันเขายังไม่หวั่น...เราแค่หลักพันก็ต้องไม่หวั่นด้วยถึงยังไงก็ต้องเดินหน้าละครับ ขอไว้อย่างเดียวว่าต้องเดินอย่างมีสติอย่างระมัดระวังและไม่ประมาทเท่านั้น...วัคซีนยังเหลืออีกเยอะครับ อย่าลืมไปฉีดกันเสียด้วยล่ะ เพื่อความปลอดภัยในการเดินหน้าของประเทศไทย.“ซูม”