พอเห็นหนังสือ “แม่นาก ภาคสมบูรณ์” (สำนักพิมพ์แสงดาว 2565) เล่มล่าของเอนก นาวิกมูล ตัวหนังสือ “แม่นาก” สีทอง ตัดพื้นลายคลื่นสีเทา เข้าปกแข็งแรงสวยงาม ผมนึกถึงคำพูด คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี“ในสังคมโซเชียล อนาคตหนังสือเล่ม จะอยู่ในตู้โชว์เศรษฐี”เข้าสู่เนื้อหา...ผมเลือกบทที่ 12 แม่นากในภาคงิ้วและหมอลำ หัวข้อยั่วใจ จนต้องขออ่านก่อนเรื่องอื่นๆคุณเอนกเกริ่นนำ ขอกล่าวรวมกัน 2 อย่าง เนื่องจากเป็นข้อมูลสั้นๆ และอยู่ในยุคต่อเนื่องกัน คือยุค 2488 และยุค 2490 ไม่น่าเชื่อว่า งิ้วและหมอลำ ก็แสดงเรื่องแม่นากพระโขนงด้วย ตั้งแต่ครั้งกระโน้นกรณีงิ้ว ทราบข้อมูลจากข้อเขียนของอาจินต์ ปัญจพรรค์ เขียนในมติชนสุดสัปดาห์ 4 ธ.ค.2543ตอนที่อยู่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ.2487 ตลาดบางปลาม้าทั้งตลาด มีคนรับหนังสือพิมพ์รายวันเพียงคนเดียว คือกำนันเพี้ยน เจ้าของร้านกาแฟท่าเรือเมล์ปี พ.ศ.นั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรนำเครื่องบินมาบอมบ์กรุงเทพฯอย่างรุนแรงที่บางปลาม้าไม่มีสัญญาณภัยทางอากาศ ไม่มีร้านข้าวต้มที่ชุมนุมพวกเรา ไม่มีหัสดนตรีของสุนทราภรณ์ นารถ ถาวรบุตร ล้วน ควันธรรม แต่มีลำตัดยันสว่างในงานเผาศพที่วัดสวนหงส์และมีงิ้วตามเทศกาลของชาวจีน ซึ่งพ่อค้าคนจีน “ลงขัน” กันไปจ้างงิ้วในจังหวัดสุพรรณฯมาเล่น 5 วัน 5 คืนคืนหนึ่งงิ้วเล่นเรื่องบู๊สงต่อยเสือตายคามือ คนจีนสนุกสนานกันทั้งตลาดครั้นรุ่งขึ้นตอนกลางวัน งิ้วคณะนั้นเล่นละครพูดไทยเรื่อง “นางนากพระโขนง” เด็กเล็กและคนไทยทั้งตลาดพากันไปดู แล้วเอามาวิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน ที่นางนากพระโขนงพูดไทยไม่ชัดตามเรื่องที่อาจินต์เล่ามา จะว่าเป็นเรื่องคาดไม่ถึง ที่มีคนจ้างงิ้วไปเล่นเรื่องนางนากพระโขนง ช่วง พ.ศ.2488 ไกลถึงบางปลาม้าแล้วก็มาถึง แม่นากในภาคหมอลำ เอนกเล่าว่า ไปประชุมที่สมาคมนักแต่งเพลงบางโพ พบครูสุรินทร์ ภาคศิริ ก็ออกปากถาม ได้ความว่าสมัยยังเป็นเด็กๆราว พ.ศ.2489–2490 เคยดูหมอลำเรื่องแม่นาก หมอลำหมู่เขาเล่นกัน 5–10 คน บางครั้งคนเดียวก็เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งตัวตลกการแต่งตัวก็แต่งอย่างธรรมดา ไม่ได้แต่งแบบเล่าเรื่องต่อกลอนหรือแต่งแบบลิเก เขาใช้พิณเต้าเดียว ใช้แคนตัวเดียว เล่นกันทั้งคืนจนสว่างดูหมอลำเรื่องแม่นากแล้ว กลัวกันทั้งเด็กผู้ใหญ่เรื่องแม่นาก ครูสุรินทร์ฟังมาว่า ได้มาจากหนังสือเล่มบางๆ ที่เขาพิมพ์ขายอย่างหนังสือวัดเกาะ คือพระชาวอีสานที่มาบวชอยู่กรุงเทพฯซื้อกลับไป เขียนเป็นผญาตำนานนางนากแล้วหมอลำก็ไปคัดลอกมาแต่งขยายอีกทีส่วนกลอนผญานั้นจะเอามาลำ ก็ลำได้เหมือนกันคุณเอนกทิ้งท้าย คำบอกเล่าของครูสุรินทร์ ภาคศิริ เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้เราได้เห็นการแพร่กระจายของเรื่องแม่นากสู่ภาคอีสานและหากใครอยากรู้ว่ามีสำนวนของคณะใดอีก ก็ต้องไปสืบค้นกันต่อไปเรื่องแม่นาก ยังมีอีกหลายภาค ภาคหนัง ภาคลิเก ภาคนิยาย ภาคละคร ภาคแหล่ ฯลฯ อยากรู้เป็นไง ผมขอให้ไปหาซื้อหนังสืออ่านกันให้สะใจกันไปข้างหนึ่งรูปเล่มหนังสือแม่นากภาคสมบูรณ์สวย เห็นแล้วอยากจะซื้อสื่อความระลึกถึงผู้ใหญ่ ในเทศกาลสงกรานต์ สำหรับผม ถูกใจกว่ากระเช้าของขวัญ เครื่องดื่มพวกรังนกถังเช่า หรืออะไรพวกนั้นมากทีเดียว.กิเลน ประลองเชิง