“ม็อบชนม็อบ” ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้งจนได้ใน พ.ศ.นี้ กลุ่มราษฎรกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองปะทะดุเดือดบริเวณรัฐสภา เลือดตกยางออก ฟันน้ำนมร่วง ฟันปลอมกระเด็น บาดเจ็บไปครึ่งร้อย หลายคนไม่คาดคิดว่าจะรุนแรงขนาดนั้นก้อนหิน ก้อนอิฐ มีเท่าไหร่ประเคนใส่กันไม่ยั้ง หนักหนาถึงขั้นเอาอาวุธปืนมายิงใส่กันด้วยงานนี้ต้องไล่เบี้ยเอาผิดกันให้เฉียบขาด ประเทศไทยไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน หรือดินแดนมิคสัญญีไล่เรียงเหตุการณ์ส่อเค้าตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดฉากฉีดน้ำผสมสารสีน้ำเงิน สีม่วง ระดมอัดแก๊สน้ำตาใส่ม็อบราษฎรแบบจัดเต็มตั้งแต่หัววันจุดประสงค์เพื่อขอคืนพื้นที่ รักษาพื้นที่หน้ารัฐสภาให้บรรดาผู้แทนอันทรงเกียรติที่กำลังพิจารณาหารือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ภายใน ปกป้องฐานที่มั่นราวกับไข่ในหิน เป็ดน้อยสีเหลืองที่ม็อบมุ้งมิ้งตั้งใจเอามาทำเป็นกองเรือ ถูกแปรสภาพเป็นโล่กันน้ำ กันแก๊ส จนมอมแมม กระจุยกระจายกลายเป็น “สเมิร์ฟ”ทั้งเจ็บแค้น ชิงชัง แต่เมื่อรุกคืบถึงหน้ารัฐสภาปราศรัยได้พักใหญ่ ม็อบราษฎรก็ประกาศยุติชุมนุม ก่อนนัดใหม่แบบเบิ้มๆที่ราชประสงค์ เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยแกนนำประกาศ“มินเนี่ยน”ซุ่มโป่งดักรออยู่ในมุมมืดถ้าย้อนไปดูความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ก็ไม่ผิดคาดเท่าไรนักกับปฏิบัติการสลายชุมนุมฟ้าแลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะเหล่า ส.ว.ที่ฝากข้อห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของตัวเองขออย่าให้โหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลางดึก อย่าให้ม็อบปิดล้อม และเตรียมทางหนีทีไล่ไว้พร้อมทั้งรถ เรือ หรือแม้กระทั่งทางอากาศหมายความว่าตั้งโจทย์โหวตยกมือมาแล้วตั้งแต่ในมุ้ง เพียงแต่ยังนอนสะดุ้งผวาม็อบพอถึงเวลาก็แค่มานั่งฟัง ยืนพูดในสภาแบบปาหี่พิธีกรรม ใครจะพูดยังไง โน้มน้าวอะไรก็ไร้ความหมาย แถมยังเก่ง กล้า หาตัวจับยากในการนำเหตุผลมาหักล้าง แก้ต่าง ปูรันเวย์ลงแบบสวยๆแล้วสุดท้ายก็เป็นไปตามนั้น แทงหวยก็ถูกเพราะหวยล็อก ส.ส.ซีกรัฐบาลผนึกกำลัง ส.ว.เป็นเสียงข้างมากรับหลักการแค่ 2 ฉบับ คือร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนร่างประชาชนหรือไอลอว์ และร่างแก้ไขรายมาตราอื่นๆ โดนปัดทิ้งตีตกตามคาด เร้าดีกรีความเดือดดาลของม็อบราษฎรที่ประกาศไม่ลดเพดานข้อเรียกร้อง ไม่ประนีประนอม โดนตีโต้ด้วยการตีตกไม่แยแสร่างไอลอว์ พร้อมปฏิบัติการสลายชุมนุม เจ็บปวดเกินบรรยายกลายเป็นไฟสุมขอนหลังจากนี้แผนเจรจาพูดคุยสมานฉันท์เก็บใส่ลิ้นชักไปได้เลย จะตั้งกรรมการขึ้นมากี่ฝ่ายก็คงไม่มีม็อบราษฎรเข้าร่วมด้วยแน่จะมาตบหัวแล้วลูบหลังอีกคงลำบากแล้ว เพราะโดน “แกง” ซ้ำซากรัฐบาลเดินหมากตานี้แบบแข็งกร้าว ไม่ให้ราคา ไม่แยแสเด็กๆ ตั้งธงเดินหน้าไปตามแผนไม่มีการอ่อนข้อ ลดเพดานใดๆลงเช่นเดียวกันแม้แต่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนไว้พิจารณาปรับแก้ในวาระต่อไปยังไม่เอาด้วย เรียกว่าสุดโต่งตกขอบ ไม่มีผ่อนสั้นผ่อนยาวดังนั้นต่อไปคงแสวงหาความร่วมมือกันยาก ต่างฝ่ายต่างไม่ลดราวาศอกแม้แต่น้อย ถอยคนละก้าวแล้วสาวหมัดใส่กันมากกว่า เลยจุดเจรจา พูดกันไม่รู้เรื่องแล้วต้องขึงพืดกันอยู่อย่างนี้ วัดใจใครอึดกว่า และประคองตัวได้ดีกว่าชั่วโมงนี้แม้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม รวมทั้งองคาพยพ จะมองเด็กๆเป็นแค่ม็อบฟันน้ำนม ไม่สะทกสะท้าน แต่ความเคลื่อนไหวม็อบมุ้งมิ้งได้เข้าไปขยี้ขยายบ่อนเซาะภาวะขาลงของรัฐบาลจนเด่นชัดมากขึ้นความหวัง ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในเชิงบริหารแทบไม่เหลือ คนหาเช้ากินค่ำต้องทนอยู่กับความแร้นแค้น อับจนหนทาง“บิ๊กตู่” ต้องรีบโปรโมตมาตรการเยียวยาฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤติโควิด-19 เตรียมลด แลก แจก แถมรอบใหม่ เพื่อกระตุกความเชื่อมั่น คึกคัก ในช่วงเศรษฐกิจตายซาก ซึมยาวแต่ไม่รู้จะแจกได้อีกนานเท่าไหร่ กู้มาแจกหลายรอบจนถังแตกตูดขาด ถ้ายังมีแค่นโยบายขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ก็เตรียมนับถอยหลังได้เลยสุดท้าย “ลุงตู่” อาจจะชนะเด็ก แต่ตกม้าตายเพราะแพ้ภัยตัวเอง.ทีมข่าวการเมือง