หนังสือ When we Vote พลวัตการเลือกตั้ง และประชาธิปไตยในอาเซียน มีขายในงานเปิดโกดัง wonder ที่มติชนอะคาเดมี วันนี้ (3 ก.ค.วันสุดท้าย) ในหัวข้อการเมืองไทย อาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ เขียนบทส่งท้ายอนาคตการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งปี พ.ศ.2562เราเคยสนุกกับคำทำนายการเมืองของหมอดูชื่อดัง ที่มักอ้าง อิทธิพลของดวงดาว วันนี้ลองมาฟังคำทำนายของนักวิชาการที่ใช้ เหตุปัจจัยจริงเป็นตัวบ่งชี้ ซึ่งน่าจะสนุกเร้าใจกว่าอาจารย์ประจักษ์เริ่มต้นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่อาจเรียกว่าเป็น การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยแบบปกติ ทั้งยังล้มเหลวในการนำพากลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพและสังคมที่สมานฉันท์ไล่เรียงตั้งแต่การออกแบบรัฐธรรมนูญ และระบบเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศการทำหน้าที่ของ กกต.ที่เต็มไปด้วยข้อกังขาการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ ต่างขั้วอุดมการณ์ บทบาทของโซเชียลมีเดีย และคนรุ่นใหม่ในสนามเลือกตั้ง การแทรกแซงเข้ามามีบทบาทของกองทัพ เครือข่ายรอยัลลิสต์ และศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีอิทธิพลในการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบรวมถึงพลิกผันผลลัพธ์การเลือกตั้งการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง พ.ศ.2562 ยังอยู่ในสภาวะของการเปลี่ยน (ไม่) ผ่าน และความไม่แน่นอนความสงบที่วางอยู่บนฐานของความขัดแย้ง ได้มลายหายไปพื้นที่ทางการเมืองเปิดกว้างมากขึ้น การต่อสู้ทางความคิดและการแบ่งขั้วของคนในสังคมแหลมคมมากขึ้นบวกกับสภาพที่เกิดความขัดแย้งภายในพรรคการเมือง และสถาบันการเมืองต่างๆอย่างสูง ที่ทำให้ไม่มีใครครองอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก่อให้เกิดรัฐบาลที่ขาดเอกภาพ และประสิทธิภาพในการบริหารประเทศประเทศไทยหลังการเลือกตั้งจึงเดินอยู่บนเส้นทางที่เปราะบาง ในทางหนึ่งเรายังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพและมีฉันทามติระหว่างคนในสังคมที่จะยอมรับกฎกติกาเดียวกันในการปกครองในอีกทางหนึ่ง ชนชั้นนำก็ไม่อาจประสบผลสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบเผด็จการจากการเลือกตั้งที่เข้มแข็ง และมีความชอบธรรมเช่นเดียวกันการบริหารประเทศที่ขาดประสิทธิภาพอาจนำไปสู่ความชอบธรรมที่เสื่อมถอยลง และการเผชิญหน้ากับการประท้วงต่อต้านของประชาชนที่สูงขึ้นภายใต้สภาพเช่นนี้ จุดเปราะบางของการเมืองไทยจึงอาจ พัฒนาไปสู่จุดแตกหักและเผยตัวเป็นความขัดแย้งทางการเมืองในรูปโฉมใหม่ที่สังคมไทยไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อนคำพยากรณ์การเมือง ท่วงทำนองของอาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ คล้ายกับคำทำนายทั่วไป ที่อยู่ในหลักของความเปลี่ยน ตามคำสอนพระพุทธเจ้า ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปข้อที่คนอยากรู้มากกว่า เมื่อไหร่อีกหนึ่งปี ห้าปี เคยถูกหลอกให้รอมาแล้ว ก็คงทนรอต่อไปถ้า...สิบปีก็ดูจะยาวนานเกินแต่ถ้าเป็นร้อยปีข้างหน้า เออ! แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ชีวิตวิถีใหม่ ของคนอีกร้อยปีข้างหน้า คนกับคนคงจะเลิกทำสงครามชิงอำนาจกันแล้ว แต่คงต้องหันไปทำสงครามกับเชื้อโรคตัวใหม่ที่แปลงร่างเปลี่ยนรูปเข้ามาเรื่อยๆตอนนี้เราเริ่มคุ้นกับการเอาผ้าปิดจมูกปิดปากกันแล้ว ถึงตอนนั้นผมกำลังคิดว่า เราจะต้องหาผ้าผืนใหญ่มาปิดอะไรตรงไหนต่อไปอีก.กิเลน ประลองเชิง