เป็นข่าวใหญ่ชุดสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ปูพรมบุกเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด อายัดรถหรู 60 คัน ปลอมแปลงใบอินวอยซ์ และหลบเลี่ยงภาษีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการยึดรถนำเข้าหรูในหลายบริษัทนำเข้า มาตรวจสอบเรื่องการเสียภาษี นำเข้า ตรวจสอบมีการทำทะเบียนรถปลอมขึ้นมา “สวมทะเบียน” ใช้ช่องว่างกฎหมาย ข้อยกเว้นของกรมศุลกากร หลบเลี่ยงเส้นทางทำเป็นรถนำเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมายบางคันเป็นข้อมูลรถที่มีข้อมูลทางการอังกฤษประสานข้อมูลรถหรูถูก “มือดีคนไทย” ทำทีเข้าติดต่อซื้อรถหรูตามออเดอร์ “ใบสั่ง” ลูกค้าคนไทย ก่อนขับรถลงเรือหลบหนีเข้ามาจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย 42 คันเปิดคดีกันใหญ่โตแต่ไม่นานเรื่องเงียบหายไป ไม่มีการเคลื่อนไหวขยายผลของชุดสืบสวนดีเอสไอไม่ทราบว่า “เจอตอ” หรือข้อมูลที่เปิดกันออกมาแล้ว ไปต่อกันไม่ได้ตามมาด้วยคดีที่ บก.สปพ. กับ บก.น.4 ล่อซื้อรถซุปเปอร์คาร์ จากเว็บเพจขายรถหรู หลังมีคนลงมาขายถูกกว่าท้องตลาดหลายเท่า น่าเชื่อเป็นรถที่ผิดกฎหมาย แถลงเป็นข่าวใหญ่หลังยึดรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ พบว่ามีการดัดแปลงเปลี่ยนเลขตัวรถทับของเดิมมีการนำเลขรถคันอื่นมาสวมแผ่นป้ายทะเบียนกับป้ายภาษีที่เป็นเอกสารปลอมแต่ที่น่าตกใจ รถซุปเปอร์คาร์คันที่นำมาขายกันในเว็บเพจ เคยเป็นรถซุปเปอร์คาร์ที่ชุดสืบสวน บช.น. แถลงข่าวจับกุมเป็นรถเถื่อน “ของกลาง” ในคดีที่อยู่ในความครอบครองของตำรวจ ส่งตรวจพิสูจน์ หาหลักฐาน ก่อนรอส่งมอบให้กรมศุลกากร เปิดประมูลนำรายได้เข้ารัฐแต่อยู่ๆ รถยนต์หรูทั้งคัน มีคนนำออกมาปล่อยขายในสื่อออนไลน์ได้ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ถ้าชุดสืบสวน 191 ไม่ติดตามล่อซื้อ คนที่เช่าซื้อรถคนต่อไปต้องได้รับความเดือดร้อน ตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่ซื้อขายบริสุทธิ์ใจรถหรู “สวมซาก” ผิดกฎหมาย อยู่ในช่วงยึดไว้เป็นของกลางในคดี ถูกนำมาวางขายทอดตลาด ตำรวจแถลงมาเป็นข่าว แต่กลับหลุดออกมาเสนอขายในกลุ่มคนเล่นรถหรูนำเข้าแต่วันนี้เรื่องเงียบแล้วเพราะไม่กล้าขยายผลไปต่อ สุดท้ายก็เป็นเหมือนเดิม เผลอๆรถซุปเปอร์คาร์คันเดิมอาจเปลี่ยนเลขทะเบียนโผล่ออกมาขายออนไลน์ เพราะเป็นรายได้ที่น่าสนใจในวงการค้ารถเถื่อน รถหรูสวมซาก สวมทะเบียนปลอมนี่แหละระบบราชการไทยที่ชาวบ้านเขาสาปแช่ง เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ ปิดบัง ซ่อนเร้น อำพรางสุดท้ายรถเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th