“รายงานวันจันทร์”-กทม.คิด “จัดรูปที่ดิน” พัฒนาเมืองกรุงเทพฯ เติบโตและมีความหนาแน่นของประชากรเพิ่มมากขึ้น ทุกปี ทำให้ กทม.ต้องพัฒนาแต่ละพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ ประชาชน หนึ่งในวิธีการพัฒนาพื้นที่คือ การจัดรูปที่ดินกทม.เริ่มศึกษาจัดรูปที่ดินมาตั้งแต่ปี 2530 ได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานจากประเทศญี่ปุ่น JICA จนปี 2547 การจัดรูปที่ดินจึงเริ่มเป็น รูปเป็นร่าง และประสบผลสำเร็จครั้งแรกคือพื้นที่รอบสวนหลวง ร.9ล่าสุด กทม.มีแผนศึกษาพื้นที่เพื่อการจัดรูปที่ดินรอบสถานี รถไฟฟ้า ทั้งที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเกิดขึ้นในอนาคต ปี 2572 รวม 10 สาย 312 สถานี รองรับผู้ใช้บริการ 5.13 ล้านคน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่โดยรอบสถานีและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการจัด รูปที่ดินคือการเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง เสียสละที่ดินบางส่วน เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดมากขึ้น การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่คืออะไร...ธนิชา นิยมวัน อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ชี้แจงว่า การจัดรูปที่ดิน คือการพัฒนาที่ดินหลายแปลง โดยการวางผังจัดรูปที่ดินใหม่ ปรับปรุง หรือจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และร่วมรับภาระ กระจายผลตอบแทน อย่างเป็นธรรม โดยได้รับความร่วมมือระหว่างเอกชนกับเอกชน หรือเอกชนกับรัฐ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เหมาะสม“ทั้งนี้ การจัดรูปที่ดินให้ความสำคัญกับพื้นที่ใกล้เคียงที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า โดยจะพัฒนาพื้นที่รอบสถานี รัศมีการเดินเท้าระยะเวลา 5-10 นาที หรือประมาณ 800 เมตร หรือปั่นจักรยานเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ ลดการเดินทาง เนื่องจากการเปลี่ยนถ่ายระบบขนส่งมวลชนบ่อยจะทำให้ จำนวนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะลดลง 50% แล้วหันมาใช้รถส่วนตัว”วิธีการจัดรูปที่ดินมีขั้นตอนอย่างไร...อ.ธนิชาชี้แจงว่า 1.รวมที่ดินเพื่อการวางผัง การให้บริการพื้นฐาน และการแบ่งแปลงที่ดิน 2.แบ่งเป็นถนน 20–30% พื้นที่โล่ง 5% ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการวางผังในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าผ่านหรือไม่ ส่วนแปลง ที่ดิน 70% จะแบ่งเป็นแปลงที่ดินที่ขายเพื่อการคืนทุน 10% หรือพัฒนาสาธารณูปโภค พัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ เป็นถนนพื้นที่โล่ง และแปลงที่ดินที่จะคืนให้กับเจ้าของที่ดินเดิม 60% หรือ 1.7 เท่า ของมูลค่าประเมิน อ.ธนิชากล่าวด้วยว่า การจัดรูปที่ดินแต่ละพื้นที่จะต้องมีหนังสือ แสดงความยินยอมของเจ้าของที่ดินในโครงการมาแสดงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของเจ้าของที่ทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินมีเนื้อที่รวมกัน ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ดินบริเวณนั้น ขณะเดียวกัน กรณีที่มีความ จำเป็นเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รัฐอาจเวนคือสังหาริมทรัพย์มาเพื่อใช้ในโครงการจัดรูปที่ดินรายใดก็ได้ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดรูปที่ดิน ให้เจ้าของที่เฉลี่ยออกกันตามส่วน รวมถึงที่ดินและสิ่งก่อสร้างของรัฐ ซึ่งรัฐจะต้องช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้วยและ เฉลี่ยประโยชน์ที่ได้เพิ่มจากโครงการตามความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.