การแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นปัญหาร้ายแรง มีผลกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนที่ผ่านมากว่า 10 ปี ภาครัฐและประชาชน พยายามแก้ไขปัญหานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บรรจุเข้าเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาคือ ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดการแก้ปัญหาโดยการปราบปราม ต้องทำอย่างเข้มข้นเด็ดขาด ทั้งการขยายผลไปสู่ผู้ค้ารายย่อย รายกลาง รายใหญ่ ผู้สมคบ ผู้สนับสนุน ยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ และกฎหมายฟอกเงิน เพื่อตัดช่องทางไม่ให้มีเงินไปวิ่งเต้นหรือมีเงินเสวยสุข แต่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้การแก้ปัญหาด้วยการปราบปรามไม่ประสบความสำเร็จที่สำคัญคือ วัตถุดิบ แหล่งผลิตอยู่นอกประเทศ ผลประโยชน์ตอบแทนค่อนข้างสูง ทำให้มีข้าราชการบางหน่วยไปรับผลประโยชน์ ทำให้ยากต่อการควบคุม ยิ่งทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดเข้มแข็งการบำบัดโดยวิธีการที่เป็นอยู่มีผลเสียมากกว่าดี เพราะเอาคนติดยามาอยู่รวมกันมากๆ กลายเป็นการสร้างเครือข่ายค้ายาเสียมากกว่า ส่วนใหญ่หลังบำบัดแล้วก็กลับมาเสพอีกการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดีที่สุดคือ การตัดผู้เสพ ผู้บริโภคให้น้อยลง และหมดไปอย่างยั่งยืนที่ผ่านมามีความพยายามจะหาวิธีการป้องกันไม่ให้คนติดยาเสพติดให้เลิกเสพยาแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ คือใช้ราชการเป็นเจ้าภาพหลัก กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาหมู่บ้านหรือชุมชนปลอดยาเสพติด ทำให้ขาดความต่อเนื่องและยั่งยืน เพราะราชการมีการโยกย้ายคนเก่าย้ายไป คนใหม่ย้ายมาไม่สานต่อความต่อเนื่อง ความยั่งยืนจะหมดไปทันที“โครงการบ้านสีขาว” เป็นอีกโครงการที่ได้รับการยอมรับของชุมชนหรือหมู่บ้าน ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้ริเริ่มทำสมัยที่เป็น ผบก.น.3 ผบช.ภ.2 และ ผบช.น. โดนเปลี่ยนวิธีคิดใหม่จากเดิมที่ราชการเป็นเจ้าภาพหลักมาเป็นให้ประชาชนเป็นเจ้าภาพหลัก เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์วิธีการต่างๆในการคัดกรองผู้ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเมื่อผ่านการคัดกรองของประชาชนแล้ว จะได้รับป้ายบ้านสีขาวติดที่หน้าบ้าน เพื่อยกย่องครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนบ้านที่ไม่ผ่านก็จะไม่ได้รับป้าย เป็นหน้าที่ของบ้านที่ไม่ผ่านและคนในชุมชนและหมู่บ้านที่ต้องช่วยกันพยายามให้บ้านที่ไม่ผ่านผ่านให้ได้ หากบ้านทุกหลังในชุมชนหรือหมู่บ้านผ่านการคัดกรองได้ทุกหลัง จะได้รับป้ายยกย่องเป็นชุมชนหรือหมู่บ้านสีขาวอย่างแท้จริง มีข้อแม้ว่าเมื่อได้ป้ายบ้านและชุมชนแล้ว ต้องไม่กลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพราะหากมีข้อโต้แย้งและมีการตรวจพบจะถูกถอดป้ายบ้านสีขาวและชุมชนสีขาวออกทันทีความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นในส่วนของราชการกำหนดให้เป็นเจ้าภาพรอง ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้คำปรึกษากรณีมีปัญหามีข้อสงสัย/ข้อโต้แย้ง ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบพิสูจน์ทราบให้หายสงสัยเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจสามารถ “ยืนอยู่บนลำแข้ง” ของตนเองได้ เป็นความร่วมมือของชาวบ้าน จะช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืนและยังแก้ไขปัญหาอื่นๆได้อีกด้วย“โครงการบ้านสีขาว” เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและหมู่บ้าน โดยข้าราชการทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องเข้าหาประชาชน ทำให้ประชาชนไว้วางใจและร่วมมือกันแก้ปัญหาในชุมชนและหมู่บ้านได้อย่างแท้จริง ซึ่งจากสถิติจะเห็นว่า ประชาชนมีความพึงพอใจกว่า 88.67 เปอร์เซ็นต์เป็นโครงการที่ประเมินแล้วลดปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม ความรุนแรงของยาเสพติด เมื่อทำบ้านสีขาวลดความรุนแรงลงได้ 95.19 เปอร์เซ็นต์ ส่วนระดับปานกลางลดลงไปอีก 70.73 เปอร์เซ็นต์สำรวจความรู้สึกประชาชนที่ให้ข้อมูลยาเสพติดว่า จากผู้ให้ข้อมูล 71,364 ราย พบว่าก่อนทำบ้านสีขาวพบว่า ประชาชนสัมผัสว่า ระดับรุนแรง 17,542 ราย ระดับปานกลาง 18,421 ราย ระดับเบาบาง 22,980 ราย และ ไม่มีปัญหาเลย 12,421 ราย ส่วนระดับเบาบาง ตามสำรวจประชาชน คาดว่า ไม่ค่อยมีปัญหายาเสพติด จึงคิดว่าลดลงแค่ 14.70 เปอร์เซ็นต์ เพราะคิดว่ารุนแรงไม่มาก จึงแสดงออกมาว่าจัดทำบ้านสีขาวแล้ว การระบาดยาเสพติดจะเบาบาง หรือไม่มีปัญหาในที่สุดสำรวจหลังจัดทำบ้านสีขาว ประชาชนสัมผัสว่า มีระดับรุนแรงจาก 17,542 ราย ลดลง 16,698 ราย คิดเป็น 95.19 เปอร์เซ็นต์ ระดับปานกลาง เดิม 18,421 ราย ลดลงไป 13,029 ราย คิดเป็น 70.73 เปอร์เซ็นต์ ระดับเบาบางเดิม 22,980 ราย ลดลง 3,378 ราย คิดเป็น 14.70 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีปัญหาเลย 12,421 รายพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ยาเสพติดเป็นปัญหาของชาติเพราะกระทบต่อเศรษฐกิจความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน การแก้ปัญหายาเสพติด ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันยังไม่ประสบความสำเร็จแม้จะกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหาไว้ทั้งการป้องกัน การปราบปรามและบำบัดฟื้นฟู แต่ยาเสพติดก็ยังมีการขายอยู่ทั่วไป แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามปราบปรามอย่างเด็ดขาด ก็ตามแต่ก็ยังยากที่จะทำให้มันหมดไปเพราะยังมีปัจจัยที่ควบคุมได้ยากทั้งสารตั้งต้น “แหล่งผลิตซึ่งอยู่ตามแนวชายแดน นอกจากนี้คนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้จำหน่ายรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางคนที่ยังเห็นแก่ได้ไปรับผลประโยชน์จากคนพวกนี้ ดังนั้นการแก้ปัญหายาเสพติดโดยการปราบปรามคงสำเร็จได้ยาก การนำตัวมาบำบัดก็เสียมากกว่าได้ เพราะส่วนใหญ่จะกลับไปเสพอีก ที่สำคัญเป็นการเพิ่มเครือข่ายให้กับพวกนี้ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการตัดผู้เสพ ผู้ซื้อออกมาให้ได้ ที่ผ่านมามีความพยายามที่จะทำแต่ไม่ยั่งยืน เพราะประชาชนยังขาดความเชื่อมั่นในตัวเจ้าหน้าที่ ประชาชนยังมีความกลัว ขาดพลัง ขาดแรงจูงใจ และขาดวิธีคิดในการปฏิบัติ ทำให้ไม่เกิดความยั่งยืน โดยในปี พ.ศ. 2553 ได้ริเริ่ม “โครงการบ้านสีขาว” เป็นครั้งแรกใน บก.น.3 และต่อมาได้นำไปใช้ที่ บช.ภ.2 ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันได้นำมาใช้ในเขตกรุงเทพฯตั้งแต่ 1 เม.ย.2559-31 มี.ค.60 ผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ”เป็นนโยบายหลักที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ขับเคลื่อนร่วมกับ 88 โรงพักในนครบาล และพี่น้องในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมลดปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติด ทำให้ลดปัญหาการเสพและค้ายาเสพติดในชุมชนภายใต้โครงการ “บ้านสีขาว” ปลอดยาเสพติด.ทีมข่าวอาชญากรรม