สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อพี่น้องประชาชนในกรุงเทพ มหานคร ต้องเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ จากฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน จนทำให้กรุงเทพฯจมบาดาล ถนนหลักหลายสาย อาทิ ถ.แจ้งวัฒนะ ถ.วิภาวดีฯ ถ.พหลโยธิน ถ.ลาดพร้าว ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ฯลฯ มีสภาพกลายเป็นคลอง ไม่ต่างจากมหาอุทกภัย ปี 2554พื้นที่เกือบทั่วทุกเขตของกรุงเทพ มหานคร ทั้งชุมชน หมู่บ้านจัดสรร บริษัท ตลาด ร้านค้า โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และพื้นที่เศรษฐกิจ โดนน้ำฝนที่ตกสะสมทะลักเข้าท่วม ระดับน้ำสูงถึงเข่า บางแห่งเกือบถึงคอ รถยนต์จมน้ำ ทรัพย์สินภายในบ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเสียหายจากมหาอุทกภัยครั้งนี้เป็นจำนวนมากถึงขั้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องออกประกาศให้พื้นที่ กทม.ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจร มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ กทม. และเกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝน หนักครั้งนี้ ยังทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปริมณฑล จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทร ปราการ และภาคกลาง อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี รวมทั้งภาคตะวันออก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ต้องเผชิญวิกฤติอุทกภัย น้ำทะลักท่วมบ้านเรือน รถยนต์ ทรัพย์สินเสียหายยับเยินท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากภาวะวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ รวมกว่า 20 จังหวัด ทำเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการรับมือภัย พิบัติ ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ และการแจ้งเตือนภัยพิบัติแม้คนส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าเป็นภัยธรรมชาติจากฝนตกหนัก แต่ความพร้อมในการเตรียมรับมือของรัฐบาลมีน้อยมาก การแจ้งเตือนภัยก็ล่าช้า แถมการแจ้งเตือนยังไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของสถาน การณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่มีบทเรียนจากวิกฤติ น้ำท่วมหาดใหญ่มาแล้ว แต่กลับไม่ได้ถอดบทเรียนมาใช้ในการรับมือวิกฤติอุทกภัยในครั้งนี้เลยถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องยกเครื่อง การรับมืออุทกภัยเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งในส่วนกรมอุตุนิยมวิทยา องค์กรต่างๆที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำ และการแจ้งเตือนภัยเน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อให้สามารถทำงาน ในเชิงป้องกันภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ก่อน แล้วค่อยมาตามแก้ไขกันทีหลัง. คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม