สหรัฐฯเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางทหาร มีกองกำลังพร้อมปฏิบัติการในทุกสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ แต่ขณะนี้มีสัญญาณว่าประเทศดังกล่าว กำลังหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังรบในอวกาศมากขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐฯเปิดเผยอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า ได้ส่งอาวุธขึ้นไปประจำการในวงโคจรเป็นที่เรียบร้อย เพื่อใช้ปกป้องกองกำลังของสหรัฐฯและโจมตีฝ่ายศัตรูแต่ระบุรายละเอียดเพียงแค่ว่า อาวุธดังกล่าวสามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั้งในรูปแบบกายภาพและแบบไม่ต้องสัมผัสโดยตรง ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวล พร้อมตั้งคำถามถึงรูปแบบการทำงานของอาวุธชนิดนี้ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันด้านความมั่นคงของอังกฤษประเมินว่า อาวุธดังกล่าวอาจใช้เพื่อโจมตีดาวเทียม โดยหากเป็นการโจมตีทางกายภาพ น่าจะมีระบบส่งวัตถุไปพุ่งชนดาวเทียมเป้าหมาย หรืออาจเป็นแขนกลที่สามารถจับยึดและทำลายชิ้นส่วนต่างๆของดาวเทียมได้ ขณะที่การโจมตีโดยไม่สัมผัสเป้าหมายอาจใช้เทคโนโลยีสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรบกวนสัญญาณ ส่งผลให้ดาวเทียมไม่สามารถทำงานได้ตามปกติภายหลังแถลงการณ์ จีนและรัสเซียออกมาประท้วง โดยระบุว่าการกระทำของ สหรัฐฯ อาจนำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธ และเปลี่ยนอวกาศให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศ มหาอำนาจผลิตอาวุธเอาไว้ใช้ในอวกาศย้อนกลับไปในปี 2503 สมัยสงครามเย็น สหภาพโซเวียตจัดตั้งโครงการอิสเตรบีเตล สปุตนีคอฟ (Istrebitel Sputnikov) ขึ้น โดยมีการออกแบบดาวเทียมที่สามารถระเบิดตัวเอง แล้วให้สะเก็ดต่างๆทำลายดาวเทียมเป้าหมาย ซึ่งสหภาพโซเวียตเล็งใช้อาวุธดังกล่าวกับดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐฯทางสถาบันระบุว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ จีน รัสเซีย และอินเดีย ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีต่อต้านดาวเทียมหลายรูปแบบ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนและรัสเซียเพิ่มการส่งดาวเทียมเข้าไปประชิดดาวเทียมชาติตะวันตกมากขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎี ดาวเทียมเหล่านี้สามารถพุ่งชนดาวเทียมดวงอื่นจนออกวงโคจรหากความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจยังเพิ่มขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จริง ยุคสงครามอวกาศอาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด.สาริศ วรรณะเลิศคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม