เป็นอีกผลงานต่อเนื่องของ บช.สตม. ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เร่งรัดในการป้องกันปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาหลบหนีและก่อคดีสำคัญในประเทศไทยล่าสุด พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ขยายผลนำกำลังเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูบ้านเลขที่ 42 ซอยเอกชัย 112 เขตบางบอน ติดป้ายหน้าบ้านเขียนข้อความคฤหาสน์ “กิตติภัค”ฐานคอลเซ็นเตอร์ใหญ่สตม.รับแจ้งว่าพบชาวต่างชาติเข้าออกภายในบ้านเป็นจำนวนมาก มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ขอศาลอนุมัติออกหมายค้นเข้าตรวจสอบพบ “บอสชาวจีน” ใช้คนไทยมาเป็น “นอมินี” ผู้เช่าคฤหาสน์หลังดังกล่าวขยายผลสืบสวนพบว่าเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่านานกว่า 1 ปี ค่าเช่าสูงเดือนละ 900,000 บาท จับกุมผู้ต้องหาได้ 15 คน เป็นคนไทย 1 คน อีก 14 คน ชาวต่างชาติ สัญชาติญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เมียนมาผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ทำหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ มีหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มชาวญี่ปุ่นเป็นกลุ่ม “เหยื่อ” ถูกหลอกลวง ส่วน “บอสชาวจีน” เชื่อว่าหลบหนีอยู่ในประเทศ อยู่ระหว่างเฝ้าระวังไม่ให้หนีช่องทางธรรมชาติรูปแบบการหลอกลวงไม่ได้มีพฤติการณ์ซับซ้อน สุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อบอกว่ามีพัสดุสิ่งผิดกฎหมาย เหยื่อหลงเชื่อโอนต่อไปอีกสายอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าพบธุรกรรมการเงินต้องสงสัย หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นหลอกลวงบังคับ ข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินอ้างนำมาตรวจสอบตรวจสอบห้องภายใน คฤหาสน์ “กิตติภัค” แบ่งพื้นที่ชัดเจนชั้น 2 ห้องทำงานต่อสายโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย แปะสคริปต์ภาษาญี่ปุ่น ถัดมาพื้นที่ต่ออีกสายมีชุดตำรวจติดป้ายสถานีประเทศญี่ปุ่นแขวนอยู่เต็มราวยึดของกลางคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชิปแลกเงิน ยาไอซ์และอุปกรณ์เสพยาเสพติดสตม.ผลักดันผู้ต้องหาชาวต่างชาติกลับประเทศ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม