ถึงเวลาปรับปรุง-เปลี่ยนแปลง หลังกระแสสังคมโหมกระหน่ำ กรมราชทัณฑ์ กรณี “เล่าต๋า แสนลี่” ขาใหญ่นักค้ายาเสพติด คนสนิท “ขุนส่า” ได้รับการปล่อยตัว หลังถูกจำคุกไม่ถึง 10 ปี จากคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต?!ทำเอาชาวบ้านหงุดหงิดกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะที่ผ่านมามีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์หลายคน ก่อคดีสะเทือนขวัญ เป็นที่ติดตา ถูกจับส่งเข้าเรือนจำไปแล้ว แต่พ้นโทษออกมาอย่างรวดเร็วแล้วกลับมาทำชั่วอีก!เป็นที่รู้กันว่า สาเหตุเพราะเรือนจำมีน้อย นักโทษเยอะ ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้าง ถึงเวลานี้เราต้องมาว่ากันตรงๆแต่หลังจากเรื่องเจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่พ้นโทษ ดูเหมือนคราวนี้คนในสังคมจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปกับสายลมเหมือนเช่นเคย กระหน่ำกระแสคัดค้านผ่านทุกช่องทางพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม อยู่ไม่ไหว ต้องตั้งคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษ ทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำโดยมีตัวเองนั่งหัวโต๊ะหลังประชุมกันมา 2 นัด ได้กรอบกว้างๆ ตั้งเป้าออกกฎกระทรวงให้นักโทษที่ถูกพิพากษาประหารชีวิต ต้องได้รับโทษไม่ต่ำกว่า 25 ปี ถึงจะได้รับการพิจารณาลดโทษและ ผู้ต้องคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ต้องถูกคุมขังในเรือนจำไม่น้อยกว่า 20 ปีถึงจะได้รับการพิจารณาลดโทษ เป็นต้นแต่บ้านเราก็แปลกดี คนต้องโทษประหาร ทำไมไม่โดน ประหาร?งานนี้ศาลยุติธรรมก็ไม่อยู่เฉย คณะกรรมการบริหารศาล ยุติธรรม (ก.บ.ศ.) สายผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังมีข่าวผู้ต้องโทษประหารชีวิต เเต่ติดคุกเดี๋ยวเดียวพ้นโทษ!มันเหมือนเห็นศาลเป็นหัวหลักหัวตอไปหน่อย?แต่ยังไงก็ขอให้การออกกฎ ระเบียบ หรือกฎหมาย มาควบคุมการลดโทษให้สำเร็จนะครับเพราะตอนนี้ชาวบ้านเค้ากำลังตั้งคำถามว่า จริงหรือหลอก? สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม