บทที่ 33 ในคารมคมปัญญา (สุขภาพใจ พิมพ์ พ.ศ.2568) คุณประสิทธิ์ ฉกาจธรรม ค้นเรื่องเก่าจากคัมภีร์ หานเฟยจื่อ (สมัยจั้นกว๋อ) เขียนเรื่อง “ทำไม ขายไม่ดี”ที่นครรัฐซ่ง ชายคนหนึ่งเปิดร้านขายสุรา เจาะจงคัดมาแต่สุรารสเลิศ ตกแต่งร้านสะอาดสวยงาม ติดป้ายราคายุติธรรม ทั้งถูกทั้งแถม ทั้งยังปักธงสีเขียวสะดุดตา ลูกค้าเห็นได้ในระยะไกลทั้งพนักงานก็สุภาพเรียบร้อย จริงใจพร้อมให้บริการดูจากทุกองค์ประกอบแล้ว ร้านสุราร้านนี้ควรมีลูกค้าหนาแน่น กิจการควรก้าวไปข้างหน้า แต่ความเป็นจริง...ตรงกันข้ามสุราชั้นดีถูกเก็บไว้นานจนบูดแล้ว ยังขายไม่ออกเจ้าของร้านกุมขมับปวดขมอง ต้องไปขอคำปรึกษาจาก“หยางเชี่ยน” คนที่เคารพนับถือ “สุนัขเฝ้าร้านของท่านดุไหม?” เจ้าของร้านสุราทำท่างุนงง สุนัขดุไม่ดุเกี่ยวอะไรกับสุราหยางเชี่ยนอธิบายอย่างตรงไปตรงมา “ต่อให้สุราท่านดีขนาดไหน ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อ คนเขากลัวสุนัขของท่าน เห็นใครก็เห่าไล่กัด”เรื่องเล่าเก่าแก่จบแค่นี้ แต่ยังคงมีคนสงสัย ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม จึงอธิบาย ร้านสุราแห่งนั้นสมบูรณ์เพียบพร้อมตามหลักการตลาดสมัยใหม่ สินค้าดี ราคายุติธรรม ที่ตั้งโดดเด่น ของแถมโดนใจแต่กลับขายไม่ออก เพราะสุนัขดุเฝ้าหน้าร้านตัวเดียวเหตุปัจจัยของความสำเร็จมีมากมายหลายประการ ไม่ได้จำกัดอยู่ในหลักเกณฑ์ตามตำรา และความสำเร็จทั้งปวงล้วนแต่เกิดจากการคิดถึง “ลูกค้า” เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ความชอบของตัวเองข้างเดียวกรณีสุนัขดุหน้าร้าน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องอบรมบ่มนิสัยสุนัขที่เคยดุให้กลายเป็นสุนัขใจดี ไม่เกะกะระรานใครถ้าสอนไม่ไหวก็ต้องใส่ตะกร้อครอบปาก เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยสุนัขดุตัวนั้น คุณประสิทธิ์แจกแจงว่า ยังอาจจะหมายถึง ผู้คนแย่ๆที่อยู่รอบข้าง “นาย” ที่ชอบไล่เห่า ไล่กัดคนดีมีฝีมือทั้งหลายเข้ามาใกล้ผู้นำองค์กรจึงต้องคัดสรรคนใกล้ตัวอย่างรอบคอบ เข้มงวดเป็นพิเศษ มิเช่นนั้น พวกเขาจะกลายเป็นตัว “ไล่แขก” สร้างความเสียหายในระยะยาวและสุนัขตัวนี้ก็อาจหมายถึงโทษสมบัติบางอย่างในตัวเรา ที่ทำให้ส่วนดีๆอื่นมากมายหมดความหมาย เช่นเดียวกับคนหน้าตาดี แต่ “อีคิว” ไม่ดี แน่นอน ไม่มีใครอยากคบหาประสิทธิ์ ฉกาจธรรม หนึ่งในผู้อาวุโสของซีพีออล ทิ้งท้ายข้อเขียนนี้ว่า ลองสำรวจตรวจตราตัวเองด้วยใจเป็นธรรม เรามีสุนัขแย่ๆพวกนี้อยู่กับเรามากน้อยถ้าเจอ ก็ต้องรีบจับตัดหางปล่อยวัดไปให้หมด อย่าเก็บไว้ถ่วงความเจริญชีวิตผมอ่านเรื่องนี้จบ แล้วก็ยิ้ม...เมื่อนึกบรรยากาศหน้าร้านเซเว่นฯ สาขาใกล้บ้าน ทุกวันนี้ยังมีสุนัขตัวเขื่องๆตัวสองตัว วางก้ามนอนขวางประตูร้าน ดูผิวเผิน คนในร้านเซเว่นฯน่าจะจัดการให้มันไปให้พ้นหน้าร้านเสียนานแล้วแต่คิดให้ลึกไปอีกก็พบความจริงอีกชั้น สุนัขมันต้องการแอร์เย็นๆ ทั้งคนในร้านและลูกค้าก็เข้าใจ ยอมหลีกทางให้มันนอนของมันไป...นี่คือความเมตตาตามประสาคนไทย ทั้งคนทั้งสุนัขจึงอยู่กันได้ด้วยดีมาแสนนานทั้งหมดอยู่ที่ตัวสุนัขด้วย เมื่อมันเป็นสุนัขเชื่อง ไม่ดุไม่เห่า หมาหน้าร้านเซเว่นฯจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งปันอยู่กันแบบทางใครทางมันแต่หากถ้าสุนัขตัวสองตัวนั้นทั้งดุทั้งเห่า...ใครพวกไหนเล่า? เขาจะปล่อยไว้ ว่ามั้ย!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม