น่าสนใจหากใครหลุดโผใน “บอร์ดกลั่นกรอง” นายพลสีกากี สถานีต่อไปต้องเข้าประชุม ก.ตร.ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานจะปล่อยผ่าน “ด่านอรหันต์” เห็นชอบตามรายชื่อเมนูของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. นำเสนอให้ “เชิญชิม” หรือไม่บรรดา “ตะแกรงเหล็ก” จะเป็นเพียงแค่ “ตรายางประทับ” แบบไม่มีปากเสียงพิจารณาคัดเลือกอีกชั้นตามนั้นไหมยกตัวอย่างเมื่อวาระปี 2568 ต้องชื่นชมคณะ ก.ตร.ตัดสินใจ “ทุบโต๊ะ” เปลี่ยนบัญชีสนับสนุนให้ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ขึ้นนั่งแม่ทัพ “นักรบตำรวจป่า” รวมถึงผลักดัน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ที่มีฝีไม้ลายมือครบเครื่องเป็น ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร.ยอม “เฉือนโควตา” นายพลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ออกจากกระดานเพื่อความชอบธรรมให้มือทำงานตามความเหมาะสม หลังจากทั้งคู่ไม่มีชื่อเข้า “บอร์ดกลั่นกรอง” จนเกิดเหตุการณ์ฟ้องร้องขอความเป็นธรรมกัน “อีนุงตุงนัง” มี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.เป็นหัวหอกกระนั้นก็ตาม ยังมี คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เป็นอีก “ด่านสุดท้าย” ที่สร้างบรรทัดฐานมีมติเยียวยาสิทธิ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมได้เลื่อนตำแหน่งแต่ต้อง “ยอมเสียเวลา” อีกปีเพื่อรอสัญญาณ “ฟ้าเปิด”แว่วว่ามีหลายคน “ตั้งแท่น” เตรียมรวบรวมเอกสารยื่นร้องเรียก “สิทธิของตัวเอง” เมื่อมองการแต่งตั้งโยกย้ายขาดความเที่ยงธรรมทิ้งชะตากรรม “คนไร้เส้นสาย” โดดเดี่ยวไม่มีความหวังเจริญก้าวหน้า.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม