ยุคนิทานปรัมปราของจีนมีเรื่องเล่า พระอาทิตย์ขึ้นสิบดวง “ยี่” พระเอกของเขาฟ้าส่งมายิงพระอาทิตย์หล่นลงมาเก้าดวง...เหลือไว้ดวงที่เห็นกันในวันนี้ยุคสุโขทัยของไทยเรา ผมเพิ่งอ่าน สุเมรุจักรวาล (เมืองโบราณพิมพ์ มี.ค.2569) คุณ ศรัณย์ ทองปาน เล่าเรื่องไฟบรรลัยกัลป์ ให้เห็นจริงจังมากกว่า...แต่มีพระอาทิตย์ขึ้นแค่ 7 ดวงเองเท่านั้น ไม่เชื่อก็ต้องอ่านจากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม เป็นสี่ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมาห้าดวง น้ำในมหาสมุทรทั้งจักรวาลก็ไม่มีเหลือครั้นเมื่อพระอาทิตย์ดวงที่ 6 โผล่ขึ้นมาอีก จักรวาลที่สะสมความร้อนไว้จนเต็มที่ก็เริ่มระอุ ควันขึ้นคละคลุ้งไตรภูมิพระร่วงกล่าวว่า “ร้อนเร่าเท้าทั่วจักรวาล แลเห็นเป็นตะวันลุกอยู่เต็มทั่วจักรวาล ดังท่านเผาหม้อ แลร้อนเร่าระงมอยู่ในเตาหม้อนั้น” สุดท้ายเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นครบ 7 ดวง ความร้อนก็ทำให้ลุกพึ่บขึ้นสถานการณ์นี้ มิได้เกิดขึ้นลำพังจักรวาลเดียว แต่ลามต่อเนื่องกันทั้ง “แสนโกฏิจักรวาล” อย่างที่คัมภีร์โลกวินิจฉยกถา นับจำนวนพระอาทิตย์ไว้ให้เสร็จสรรพว่า เมื่อแต่ละจักรวาลมีพระอาทิตย์เจ็ดดวงดังนั้น “พระอาทิตย์ประลัยโลกจักรวาลที่เจ็ดๆ เป็นพระอาทิตย์ 7 แสนโกฏิด้วยกัน”ขณะนั้น ผืนแผ่นดินทั้งหมดอาบชุ่มอยู่ด้วยน้ำมันปลาที่ “เจียว” ออกมาจากปลายักษ์ (เดาว่า ต้องมีปลาอานนท์ตัวหนึ่งแน่!) ในมหาสมุทรทั้งเจ็ดจำพวก ซึ่งติดแห้งตายแหงแก๋มาพักใหญ่แล้วในเมื่อปลาเหล่านี้ แต่ละตัวมีขนาดมโหฬาร คืออยู่ระหว่าง 800-900-1000 โยชน์ น้ำปลาปริมาณมหาศาลจึงเอ่อท่วมขังอยู่ในแอ่ง ซึ่งเคยเป็นมหาสมุทรดังนั้น เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นถึงเจ็ดดวง น้ำปลาคงถึงจุดวาบไฟ จึงเกิดเป็นมหาเพลิงลุกไหม้ปรากฏการณ์เช่นนี้ในคัมภีร์เรียกว่า “ไฟบรรลัยกัลป์”ไฟบรรลัยกัลป์เริ่มไหม้เขาอัสกรรณ เขาสัตตบริภัณฑ์ ชั้นนอกสุดที่อยู่ติดกับมหาสมุทร รวมถึงพื้นดินชมพูทวีป ลุกลามไปยังเขาหิมพานต์ หมู่ทวีปน้อย 2000 ที่เป็นบริวาร แล้วถึงมหาทวีปทั้งสามที่เหลือไหม้ลงไปในนรกจนหมดทุกชั้น ตลอดถึงอเวจีขณะเดียวกัน ไฟลุกไหม้ลามเขาสัตตบริภัณฑ์ไล่ไปทีละชั้นๆ เผาสวรรค์ชั้นจตุกมหาราชิกา เขาพระสุเมรุตลอดทั้งแท่ง นับตั้งแต่ดาวดึงส์ของพระอินทร์บนยอดเขา ลงไปถึงพิภพอสูรข้างใต้ตลอดทั้งวิมานเงิน วิมานทอง วิมานแก้ว ของเหล่าเทวดา ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเปลวไฟลุกท่วมขึ้นไปยังสวรรค์ ก่อนจะลุกลามไปติดสวรรค์ชั้นที่เหนือขึ้นไปเรื่อยๆ จนสวรรค์กามาพจรทั้งหกชั้นพินาศสิ้นเท่านั้นยังไม่พอ เปลวไฟบรรลัยกัลป์ยังลามลุกถึงสวรรค์ชั้นพรหมที่อยู่สูงขึ้นไป ปวงเทพที่ยังเหลือต่างตะเกียกตะกายหนีไปอยู่สวรรค์ชั้นพรหม (ชั้นอกนิษฐ์พรหม) ที่ไฟไหม้ไม่ถึง เบียดเสียดยัดเยียดกันไตรภูมิพระร่วง ใช้คำว่า “ดุจดังแป้งยัดทะนาน นั้นแล”นั่นคือหมู่ที่อพยพหนีไฟขึ้นไปอยู่สวรรค์ชั้นพรหม ต้องเบียดเสียดกันประหนึ่งแป้งในทะนานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 78 ในหนังสือสุเมรุจักรวาล ศรัณย์ ทองปาน ตั้งชื่อเรื่องว่า เจ็ดปลามันพุ่งหล้า อ่านแล้วผมจึงรู้ว่า ต้นตอความร้อนของไฟบรรลัยกัลป์มาจากน้ำมันปลาจึงสมเหตุสมผลกับที่ไฟลามลงลึกไปชั้นเปรต อสุรกาย นรก อเวจี และขึ้นไปทุกสวรรค์ ลามเลยขึ้นไปยัดทะนานกันชั้นอกนิษฐ์พรหมผมเคยเขียนถึงไฟบรรลัยกัลป์มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นไฟบรรลัยกัลป์ขั้นโอฬารรวบยอด จนคำไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก ที่เรามักเปรียบเปรยไปถึงสงครามนิวเคลียร์ เล็กกระจิริด กระจ้อยร่อย ไปเลย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม