เป็นบทเรียนซ้ำซากอีกครั้งกับเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 30 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ในท่ามกลางความสูญเสีย หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ออกมาระบุถึงสาเหตุโศกนาฏกรรมกลางกรุงครั้งนี้ ทั้งทางกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ตำรวจ สรุปประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ว่าจะเป็นเพราะอาคารโรงเบียร์ ใช้วัสดุตกแต่งภายในลามไฟง่าย ฝ้าเพดานบุโฟม เฟอร์นิเจอร์ไม้ เมื่อเกิดไฟไหม้เกิดควันไฟหนาทึบ ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติรวดเร็ว มีอุปสรรคบริเวณทางหนีไฟ สภาพแวดล้อมแออัด สิ่งกีดขวางและการล็อกประตูหนีไฟ รวมทั้งข้อสงสัยสภาพการใช้งานสปริงเกอร์ และอุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการหยิบยกข้อสังเกต เรื่องสภาพอาคารที่มีการดัดแปลง และมีช่องโหว่ในการเลี่ยงข้อกฎหมายต่างๆ โดยขอใบอนุญาตเป็น “ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี” เพราะอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่งสถานบันเทิง ทำให้มีมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยอาคารแตกต่างกันขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ กทม. ระบุด้วยว่า ทางสำนักงานเขตที่ดูแลพื้นที่ ได้จัดชุดปฏิบัติการออกตรวจสภาพอาคารโรงเบียร์ดังกล่าว ล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่ามีสภาพอาคาร และมาตรฐานความปลอดภัย ถูกต้องทุกอย่าง เพียงแต่เมื่อเปิดบริการก็มีการหลีกเลี่ยงปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น เรื่องการไม่เปิดล็อกประตูหนีไฟอย่างไรก็ตาม นายชัชชาติได้สั่งการทุกสำนักงานเขตลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการกึ่งร้านอาหารทั้ง 50 เขต ในช่วงเปิดบริการจริง รวมทั้งเตรียมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวง มหาดไทย เพื่อเสนอแก้กฎหมายกำหนดพื้นที่โซนนิ่งสถานบันเทิง ขยายข้อบังคับด้านความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกประเภทกิจการทั้งหมดทั้งปวง ถึงแม้การที่ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา เหมือนวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะการปรับแก้กฎหมาย เพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ครอบคลุม เพียงแต่จากเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสาธารณะหลายครั้ง เห็นได้ชัดที่สำคัญกว่า และมีปัญหา คือเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมาย”รวมทั้งมีคำถามเรื่องส่วยสถานบันเทิง มีการให้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนเพื่อเปิดทางการละเมิดกฎเกณฑ์กติกาหรือไม่ ฉะนั้นถึงแม้จะปรับแก้กฎหมาย เพิ่มมาตรการคุมเข้มอย่างไร ถ้าหากเจ้าหน้าที่ย่อหย่อน ปล่อยปละละเลยควบคุมดูแล หรือละเว้นการบังคับใช้กฎหมาย โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะวนเวียนมาเกิดซ้ำๆอยู่ดี.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม