เป็นเรื่องที่ถูกต้องกับท่าทีของรัฐบาลในการเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมการขนส่งฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร กับฝั่งอันดามัน จ.ระนอง หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอื้ออึงเพราะถึงแม้ว่าเหตุผลของโครงการ ที่หยิบยกมา คือ เป็นการลงทุนขนาดใหญ่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาพื้นที่ภาคใต้ และเป็นโอกาสยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง หรือฮับ การขนส่งของโลกในห้วงวิกฤติสงคราม มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เกิดความตึงเครียด ในการเดินเรือ และการขนส่งตามแผนที่รัฐบาลวางไว้จะมีการ ลงทุนเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ เพื่อการขนส่งเชื่อมต่อ ทั้งท่าเรือน้ำลึก ถนน รถไฟ และระบบท่อเพื่อส่งน้ำมัน ก๊าซ ควบคู่ไปกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้ หรือเอสอีซี โดยจะเริ่มต้นด้วยการออกกฎหมายเพื่อ พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม และเริ่มก่อสร้าง ปี 2573อย่างไรก็ดี หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดแผนโครงการเรือธง ก็มีเสียงทักท้วงคัดค้านตามมา ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงถึง 1 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบผลกระทบต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว มิติทางสังคมและวิถี ชีวิตชุมชนที่สำคัญคือความเป็นห่วงเรื่องความเสี่ยงในมิติความมั่นคง แลนด์บริดจ์จะเป็นการเปิดพื้นที่เป็นอีกจุดความร้อนทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจ เป็นเรื่องที่ประเทศ ไทยควรหลีกเลี่ยงเข้าไปอยู่ท่ามกลางความ ขัดแย้ง การช่วงชิงอิทธิพลและทรัพยากร ที่เป็นเรื่องยากจะถ่วงดุลประเทศมหาอำนาจนอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้รัฐบาลทยอยแผนการ ก่อสร้างโครงการในภาวะงบฯจำกัด โดยอาจ เริ่มต้นที่การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก เร่งเรื่องการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์กับพื้นที่ภาคใต้ การปักธงอุตสาหกรรม ใหม่ที่ต้องวางเป้าหมายให้ชัด นอกจากเน้นแค่เรื่องก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรวมทั้งยังมีข้อเสนอทางเลือกรูปแบบอื่นๆ อาทิ ปรับแผนไปเป็นการพัฒนา ระบบขนส่งเชื่อมต่อจากท่าเรือน้ำลึก ทางหลวงพิเศษ รถไฟทางคู่กับประเทศรอบด้านฝั่งแผ่นดิน ทั้งลาว เมียนมา จีน อินเดีย ฯลฯ เป็นเส้นทางขนส่งออกสู่ทะเล ที่ใช้งบฯน้อยกว่า ดึงดูดความสนใจมากกว่าแลนด์บริดจ์ที่ยังมีหลากหลายปัจจัยเสี่ยง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม