แม่ตายไปสามสิบปี ไปบ้านสงกรานต์ปีนี้...ไหว้พี่ๆ มีเวลาก็ไหว้พระที่เคยเป็นครูอาจารย์ หากไม่ต้องอาศัย “แรงอาสา” จากใครอื่น ปีนี้ผมคงไปให้ถึงเพชรบุรี ไหว้ นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว คนที่ผมนับเป็นครู...อีกคนโชคดี...มีตัวช่วย หนังสือเล่ม จารึกของแผ่นดิน (สำนักพิมพ์ศยาม พิมพ์ พ.ศ.2566) อยู่ใกล้ มีเรื่องที่ผมฝังใจจำ เรื่อง ทำไม ถึงเรียก “ตำแย”นิพัทธ์พร เพ็งแก้วเริ่มต้นบรรทัดแรก ที่ต้องอ่านแบบหัวเราะไป ขนลุกไป...ร่วม 20 ปีก่อน เคยไปคุยกับยายสวาด นิยมจันทร์ หมอตำแยวัย 80 ปี บ้านสามโคก ปทุมธานี“น้าแอ๊วแกสอนฉัน แกเอาฝักกระเจี๊ยบเขียวๆนั่นแหละยัดเข้าไปในช่องคลอดแก ทีนี้ให้ฉันล้วงเข้าไปคลำออกมา แกเบ่งอี๊กออกมาทีละหน่อย ดึงไม่ออก แกขมิบไว้ ต้องพักก่อน กระเจี๊ยบยังไม่ออก เราต้องแงะตรวจหากระเจี๊ยบ ฉันบอกน้าแอ๊วล้วงไม่เจอ แกบอก เฮ้ย มันทิ่มกูตรงนี้ ซอกขาเดี๋ยวแกเบี่ยงไปอีกทาง ล้วงกันไป คลำกันไป ทั้งข้างนอกข้างใน จะได้รู้ว่าเวลาจะออกลูกเด็กมันติดตรงไหน ต้องแก้ยังไง ต้องเรียนกันอย่างจั๋งๆวิชาภายในมันต้องหัดล้วงหัดควักเด็กออกมาให้ได้ บางคนฉันเคยทำมาล้วงกันสุดแขน เหนื่อยแทบขาดใจ ถึงบอกว่าไม่ใช่ของเล่น เป็นเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ถ้าอยากมีผัวก็ต้องมีลูก ถ้ากลัวออกลูกไม่ต้องไปมีมัน”หมอตำแยมืออาชีพ พรรณนาชนิดเข้าไส้เข้าพุงขนาดนี้ แต่พอนิพัทธ์พรถามทำไมเรียกหมอตำแย เกี่ยวอะไรกับใบตำแยขนยุ่บแสนคันหรือเปล่า? หมอก็ตอบไม่ได้กลับบ้านถามพ่อ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ก็ยังได้ความไม่ชัด เจอใครก็ถามไปเรื่อยๆ ได้คำเรียกหมอตำแยอีกเป็นสิบชื่อ ค้นคว้าอ่านมาสารพัด โชคดีที่บ้านมีคัมภีร์ประถมจินดาฉบับหลวงอยู่เล่มนี้เป็นตำราแพทย์เกี่ยวกับเรื่องเด็ก เป็นงานชุดตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5อ่านคัมภีร์สมุดไทยแล้วสงสัยคัมภีร์ฉบับนี้มีมาแต่สมัยไหน... สอบถามพี่สาวที่รัก “หมอต้อม” เภสัชกร ดร.สุภาภรณ์ ผู้บุกเบิกงานสมุนไพรอภัยภูเบศรได้ความว่าคัมภีร์ประถมจินดาอยู่ในตำรับอายุรเวท มีมาตั้งแต่สมัยตักสิลารุ่งเรืองในอินเดีย อายุอานามเป็นพันปีปัจจุบันตักสิลาอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของกรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน คนสำคัญสมัยพุทธกาล ที่สำเร็จการศึกษา พระเจ้าปเสนทิโกศล หมอชีวกโกมารภัจจ์ กระทั่งคนดังในเรื่องกามนิตอย่าง องคุลีมาลคัมภีร์ประถมจินดา ฉบับหลวงของไทยเหลืออยู่ 11 เล่ม นิพัทธ์พร อ่านไปถึงเล่มที่ 3...หนึ่งโสดเกิดปีชวดคือเทพยดาผู้หญิง ไม้มิ่งนั้น คือไม้มะพร้าว...ฯลฯ...อนึ่งโสด ถ้ากุมาร กุมารีผู้ใดเกิดปีกุน คือมนุษย์ผู้ชาย ไม้มิ่งนั้น คือใบบัวหลวงในถ้อยคำอันนี้ของพระมหาเถรเจ้าผู้ชื่อว่าตำแย ซึ่งท่านเป็นผู้ตกแต่งคัมภีร์ประถมจินดา ครรภ์รักษานี้ตั้งแต่กุมารปฏิสนธิในครรภ์มารดาได้ 7 วัน ไปจนกำหนดคลอด กล่าวมาจนถึงกุมารอยู่ในเรือนเพลิงก็จบเพียงนี้พระอาจาริยเจ้าท่านกล่าวไว้ว่า ถ้าแพทย์ผู้ใดก็ดี หมอตำแยแม่มดผู้ใดก็ดี แลจะถือครองให้กุมารคลอดำไปเบื้องหน้า ให้บูชาบวงสรวงพระมหาเถรตำแยก่อน จึงจะประสิทธิทุกประการเฝ้าเพียรหาคำตอบค้างใจมา 20 กว่าปี คำเรียกหมอตำแย มาจากไหน เจอแล้วในคัมภีร์ประถมจินดานี่เอง นิพัทธ์พร จบเรื่องหมอตำแยว่า “ดีใจ จะเอิงเงิงเงย อิ่มปลื้มจนไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน”หากสงสัย วลี “รู้อย่างครู” รู้แค่ไหน? ผมบอกให้ก็ได้ รู้แบบนิพัทธ์ เพ็งแก้ว นี่เอง!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม