ตำรวจตามลากคอสองผัวเมียมิจฉาชีพฉ้อโกงเกษตรกร หลังโพสต์ประกาศรับซื้อรถทางการเกษตรแล้วเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน นำรถไปดัดแปลงสภาพส่งขายชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ชุดสืบสวนภาค 1 นำทีมล็อกได้คาแยกไฟแดง ลุยค้นโกดังกลางทุ่งนาพบรถของกลางเพียบ มีคนงาน 7 คนช่วยกันถอดแยกชิ้นส่วน ขัดพ่นสีใหม่ เตรียมส่งให้ลูกค้า พบประวัติสุดแสบมีคดีติดตัวบาน ระหว่างได้ประกันตัวติดกำไลอีเอ็มยังเหิมเกริมตัดทิ้งแล้วหวนก่อคดีซ้ำจับผัวเมียแสบซื้อรถทางการเกษตรนำไป ดัดแปลงส่งขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง ผกก.สภ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ร่วมกับ พ.ต.ท.ป้อมเพ็ชร โชติกลาง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บ้านหมี่ นำผู้เสียหายเป็นเกษตรกรหลายรายมาสอบปากคำเพิ่มในคดีถูกนายสถาพร เหมือนโพธิ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 3 ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรีที่ จ.247/2568 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 และ น.ส.วิไลลักษณ์ โพบานไพร อายุ 33 ปี ภรรยานายสถาพร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสิงห์บุรีที่ 32/2568 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 หลังตกเป็นเหยื่อถูกสองผัวเมียฉ้อโกงหลอกซื้อรถทางการเกษตรนำไปขายต่อคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 บก. สส.ภ.1 และ พ.ต.ท.อภิเชษฐ์ จำปาทอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดลพบุรีเข้าจับกุมนายสถาพรและ น.ส.วิไลลักษณ์ คาแยกไฟแดงศาลาแดง หมู่ 2 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความว่า สองสามีภรรยาคู่นี้ติดต่อซื้อและเช่ารถที่ใช้ในการเกษตรหลากหลายชนิดทั้งใน อ.บ้านหมี่ และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น รถไถนา รถเกี่ยวข้าว รถอัดฟาง รถกระบะ และรถเทรเลอร์ บอกว่าจะนำไปรับจ้างในพื้นที่ ต่อมามีปัญหาไม่สามารถติดต่อนายสถาพรกับเมียได้ ส่วนรถของกลางก็หาไม่เจอ ทราบภายหลังว่าผู้ต้องหาดัดแปลงสภาพส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้านต่อมาตำรวจพร้อมทนายความบริษัทรถยนต์การเกษตรพาผู้เสียหายอีกนับสิบราย นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่กลางทุ่งนา หมู่ 8 ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่ หลังสืบทราบว่านายสถาพรผู้ต้องหาใช้เป็นที่ดัดแปลงรถของผู้เสียหายก่อนนำไปขายต่อ เมื่อไปถึงพบประตูโกดังถูกล็อกกุญแจประตูจากด้านใน บนเสาไฟฟ้าติดกล้องวงจรปิดไว้ดูความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่ตะโกนเรียกให้คนที่อยู่ด้านในเปิด แต่กลับเงียบไม่มีใครตอบรับ ก่อนประสานผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และเพื่อนบ้านข้างเดียวเป็นพยานเพื่อจะตัดกุญแจประตูบุกเข้าไปด้านในระหว่างนั้นกลุ่มคนงานที่อยู่ด้านในโกดังรีบเปิดประตูออกมาและยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโดยดี ภายในโกดังพบรถเกี่ยวข้าวถูกถอดชิ้นส่วนสายพานจอดอยู่ มีคนงาน 7 คนช่วยกันถอดชิ้นส่วนอะไหล่ ขัดพ่นสีใหม่ นอกจากนี้ยังพบรถเทรเลอร์ สีขาว ทะเบียน 73-279 สระบุรี รถเกี่ยวข้าวอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 2 คัน รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กษ 9199 ลพบุรี แผ่นป้ายทะเบียนที่ถูกถอดกองอยู่จำนวนมาก และสมุดทะเบียนรถที่สูญหายอีกหลายเล่ม มีตัวแทนบริษัทรถยนต์ทางการเกษตรพร้อมทนายความยืนยันเป็นรถที่สูญหายด้านตัวแทนบริษัทยืนยันว่า สองผัวเมียผู้ก่อเหตุหลอกรถทางการเกษตรและรถมือสองของเกษตรกรนำออกไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทส่งสายลับไปตรวจสอบพบว่ามีการถอดจีพีเอสที่ติดไว้กับรถและลบเลขตัวถังรถ ผู้ต้องหาทำกันเป็นขบวนการ มีผู้รับซื้อและส่งไปทางชายแดน จ.อุบลราชธานี มีเครือข่ายเป็นอดีตข้าราชการเกี่ยวข้องด้วย มีผู้เสียหายทั้งใน จ.ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมูลค่าความเสียหายเกือบ 50 ล้านบาท เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายสถาพรและ น.ส.วิไลลักษณ์ ฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังสอบปากคำคุมตัว น.ส.วิไลลักษณ์ ส่ง สภ.เมืองสิงห์บุรี ข้อหายักยอกทรัพย์อีกคดี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธสำหรับพฤติกรรมนายสถาพรและ น.ส.วิไลลักษณ์ สองผัวเมียรายนี้ จะโพสต์เฟซบุ๊กประกาศรับซื้อรถทางการเกษตรทุกชนิดหรือผู้ต้องการขายดาวน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อขายรถให้กลับนำรถไปถอดแยกชิ้นส่วนขายต่อให้เพื่อนบ้าน มีผู้เสียหายแจ้งความตำรวจหลายโรงพัก ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัตินายสถาพรพบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ จ.569/2567 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและหนีหมายจับระหว่างพิจารณาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ 61/2569 ลงวันที่ 14 มกราคม 2569 ข้อหาฉ้อโกงและหนีประกันตัวระหว่างคดี ศาลสั่งติดกำไลอีเอ็ม แต่นายสถาพรตัดทิ้งแล้วหวนมาก่อเหตุหลอกเหยื่ออีกหลายรายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่