นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ว่า ที่ประชุมได้มีมติรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันการติดเชื้อโรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดสำหรับเด็ก (IPD) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ซึ่งเป็นข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ได้นำเสนอต่อบอร์ด สปสช. เพื่อพิจารณาเป็นข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับอุบัติการณ์และภาระโรคปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กอายุ 0-5 ปี ระยะ 3 ปีล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังได้แจ้งว่า สามารถต่อรองราคาวัคซีน PCV ลงมาได้ ทำให้สามารถฉีดวัคซีน PCV ให้เด็กอายุตั้งแต่ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน ได้ทั่วประเทศ ภายใต้งบที่ได้จัดสรรเอาไว้เป็นจำนวน 225 ล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการจัดหาวัคซีนได้แล้ว กรมควบคุมโรคแจ้งว่า สามารถฉีดให้กับเด็กไทยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ในทันทีรมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในส่วนหลังจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 แล้ว จะมีการฉีดวัคซีนต่อไป หรือบรรจุเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทองอย่างยั่งยืนหรือไม่นั้น บอร์ด สปสช. เห็นว่า จะต้องพิจารณาข้อมูลการศึกษาประเด็นโรคติดเชื้อในปอด หรือโรค IPD กับการฉีดวัคซีน PCV ที่เป็นข้อมูลชุดใหม่ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อพิจารณากำหนดให้วัคซีน PCV เป็นรายการบริการตามประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขในระบบบัตรทอง พิจารณาภายใน 1 เดือน และส่งผลการพิจารณาให้บอร์ด สปสช.พิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์ต่อไป ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่า บอร์ด สปสช. ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็ก และหากมีข้อมูลที่ครบถ้วน รอบคอบ และครอบคลุมความคุ้มค่า ก็จะพิจารณามีมติเป็นสิทธิประโยชน์ให้อย่างแน่นอน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่