เด็กรุ่นผมจำกลอนกล่อมเด็ก “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ ม้าหางงอ กอดคอโยกเยก...” ได้ทุกคน แต่น้อยคนจะเคยสงสัย...ถามทำไมน้ำท่วมเมฆและทำไมม้าหางงอ? และใครกอดคอโยกเยกเอาเป็นว่าสนุกกันตอนร้อง...สนุกกับเนื้อหา...ไม่เคยคิดหา “นัยแอบแฝง” น่าจะหมายถึงอะไรสักอย่างในหนังสือ “นิทานมิบ” (พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2553) เอนก นาวิกมูล ค้นกลอนกล่อมเด็กเก่าๆไว้หลายบท บางบทมีภาพเขียนประกอบ ลองฟังกัน และลองคิดตามกันอีกสักทีเรื่อง “หนู” ชื่อ “หนู” ตอนนี้น่าจะมีความหมาย...ไม่น้อย มีภาพเขียนประกอบ 7 ช่องให้ดูเร้าใจกรอบแรก...หนูหนู หนูมาแต่รู จะต้องกำกับ เอาไม้ขอนทับ กับแจกับแจ...อาจงงคำสร้อย กับแจ กับแจ ดูภาพเขียน มีไม้ท่อนใหญ่กับกลางตัวหนู ดิ้นทุรนทุรายก็คงพอเข้าใจอาการกับแจกับแจ เป็นเช่นนี้ล่ะกระมังกรอบที่สอง...หนูท้อแท้ ท้อแท้รังไก่ กินแต่ไข่ เอาเปลือกรองรัง...ภาพที่เขียนหนูกะเทาะไข่ดูด มีคำบรรยาย จ๊าบ ซู้ด...งานนี้หนูมีความสุขอยู่กับการกินกรอบที่สาม...จะทอดสะพาน ให้นางหนูเดิน นางหนูไม่เดิน จะเดินทางเก่า...ภาพหนูหนุ่มชะเง้อคอมองหนูสาว ที่เดินผ่านไปไม่แยแส...ดูภาพพอเข้าใจ หนูหนุ่มอิ่มหนำแล้ว ก็คึก แต่โชคร้าย หนูสาวไม่เล่นด้วยกรอบที่สี่ พบพี่น้องเจ้า กินข้าวกะสารหนู เคี้ยวหมากเคี้ยวพลู ไพล่ทั้งสองแก้ม...ภาพญาติหนูสี่ห้าตัวล้อมวงกินหมาก...เจ้าหนูหนุ่มเห็นแล้วสงสัย...ทั้งฝาดทั้งเฝื่อน กินเข้าไปได้ยังไงหว่า?...เอาเป็นว่า สำหรับหนูหนุ่ม ที่เคยแต่กินของมันของหวาน นี่เป็นประสบการณ์หนึ่งกรอบที่ห้า...ซื้อผ้าลายแล่ม มาทั้งสองผืน ดอกไม้ดอกบัว เป็นหัวปลากราย...ภาพหนูหนุ่มซื้อผ้าลายหัวปลากราย ให้หนูสาวคลี่ดูแล้วชอบใจ...ถ้าย้อนไปดูภาพกรอบแรกๆ แล้วก็อยากเดาเจ้าหนูหนุ่ม ที่พลาดจากการทอดสะพาน...เชื้อเชิญ แล้วหนูสาวเมิน...กลับมาสมหวัง มีเค้าจะได้สาวเป็นคู่เคียง...แต่ก็อย่างที่ว่า...อย่าถือสากับกลอนกล่อมเด็ก...เรื่องไม่เป็นเช่นนั้นหรอก!กรอบที่หก ที่เชิงมันลาย จมูกมันงอน เมื่อมันจะไข่ มันไข่ใต้ขอน...ภาพนี้มีปลากรายสองตัวว่ายฉวัดเฉวียนรอบขอนไม้ที่ลอยปริ่มน้ำ...อ้าวๆ! แล้วเจ้าหนูหนุ่มกับหนูสาว ที่ทำท่าจะลงเอยกัน...เล่าหายไปไหน?กรอบที่เจ็ด...เมื่อมันจะนอน มันนอนใต้ไม้ เมื่อมันจะไป มิรู้ได้เลย...ภาพที่เห็น...เหลือแต่ขอนไม้ลอยเหงาๆอยู่ระหว่างกิ่งไม้สองกิ่ง...ปลากรายที่ว่าก็พลอยหายไปตามหนูมุมกรอบที่เจ็ดเขียนว่า...ขึ้นต้นหนูจบที่ปลากรายนี่นะ!บทสรุปนี้ ทำให้นึกถึงคำพังเพยขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาๆไปกลายเป็นบ้องกัญชา...แม้ชื่อเรื่องหนู แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะจบที่ปลากรายไม่ได้...ไม่อย่างนั้น จะเป็นกลอนกล่อมเด็กได้ยังไงเล่า?เด็กๆ จะไปหวังอะไรไปกับหนู ไม่ว่าจะเป็นหนูพระเอก หรือหนูนางเอก ขึ้นชื่อว่าหนูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายกหรือไม่? ก็ต้องเป็นหนูวันยังค่ำแหละน่า!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม