ศึกระอุ “เอเชียตะวันตก”... ภูมิภาคทางตะวันตกสุดของทวีปเอเชีย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของตะวันออกกลาง มีลักษณะเป็นคาบสมุทรและที่ราบสูง ล้อมรอบด้วยทะเลสำคัญ 5 แห่ง เช่น ทะเลแดง เมดิเตอร์เรเนียน ทะเลอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย) ทะเลดำ ทะเลสาบแคสเปียนโดดเด่นด้วยพื้นที่ทะเลทรายแห้งแล้ง แต่เป็นแหล่ง “น้ำมันดิบ” และ “ก๊าซธรรมชาติ” ที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของอารยธรรมโบราณกรณี “อิหร่าน–สหรัฐฯ” กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่คนทั้งโลกต้องจับตา เมื่อสถานการณ์ในคาบสมุทรอาหรับทวีความรุนแรงจนใกล้ถึงจุดเดือด หลายคนตั้งคำถามว่า...ทำไมประเทศ “อิหร่าน” ถึงกล้าท้าทายมหาอำนาจเบอร์หนึ่งอย่าง “สหรัฐอเมริกา” แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน? ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ถอดรหัสวิเคราะห์ประเด็นนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจหากมองย้อนกลับไปในอดีตสหรัฐฯเคยเผด็จศึกอัฟกานิสถานและอิรักได้เพราะมี “ตัวช่วย” ในพื้นที่ แต่สำหรับอิหร่านในวันนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังคนละม้วน“ข้อจำกัดของสหรัฐฯ ในวันนี้ไม่มีประเทศอาหรับไหนยอมให้ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน สหรัฐฯต้องไปพึ่งฐานทัพไกลถึงเกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งลำบากเรื่องการส่งกำลังบำรุงและการเติมเชื้อเพลิงอย่างมากต่อเนื่องด้วยการขนกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS อับราฮัม ลินคอล์น มาประชิด...จึงเป็นเพียงการโชว์แสนยานุภาพเพื่อกลบจุดอ่อนและสร้างอำนาจต่อรองเท่านั้น” พุ่งเป้าเบื้องลึก “เงื่อนไข 3 ข้อ”...เมื่อสหรัฐฯเป็นเพียงตัวแทนอิสราเอล? ในปัจจุบันสิ่งที่โลกเห็นอาจไม่ใช่แค่ความขัดแย้งของสองประเทศ แต่สหรัฐฯกำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวแทน” กดดันอิหร่าน เสมือนทำตามใบสั่งของ “อิสราเอล” ที่เป็นคู่ความขัดแย้งอยู่เก่าก่อน โดยเงื่อนไขที่บีบหัวใจอิหร่าน นั่นก็คือหนึ่ง...ปิดประตูเรื่องนิวเคลียร์ ห้ามมีโดยเด็ดขาดไม่ว่าเพื่อสันติภาพหรือการทหาร สอง...จำกัดวงพัฒนาขีปนาวุธ ห้ามยิงไกลเกิน 300 กิโลเมตร ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นสิทธิในการป้องกันตัว สาม...ตัดแขนขาเครือข่าย เลิกหนุนกลุ่มฮูซี่, ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มในอิรักแต่ทว่า...“อิหร่าน” ก็ตอกกลับเจ็บๆว่า “แล้วอิสราเอลล่ะ?” เพราะเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีนิวเคลียร์ครอบครองมานานแล้วเงื่อนปมที่ซ้อนทับซับซ้อนทั้งหมดเหล่านี้จึงนำมาสู่ “ทางแพร่ง” แห่งอนาคตที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ...“ดีลลับพลังงาน” หรือ “ชิงโจมตี?” ซึ่งจะเดินหน้าไปในทิศทางถัดไปที่น่าลุ้นระทึกกว่าเดิมการเจรจาที่ว่านี้...อิหร่านไม่ได้ใช้แค่ปืน แต่ใช้ “ทรัพยากร” เป็นอาวุธบนโต๊ะเจรจา โดยเสนอให้สหรัฐฯเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาพลังงานทั้งน้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุ เพื่อแลกกับการเลิกคว่ำบาตร เอาว่า...งานนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับต้องกุมขมับ เพราะต้องเลือกระหว่าง “ผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ”กับ...“ความมั่นคงของอิสราเอล” ถึงตรงนี้ ผศ.ดร.มาโนชญ์ บอกว่า ที่น่ากลัวที่สุดคือ “การชิงโจมตีตัดหน้า”...หากอิสราเอลเห็นว่าสหรัฐฯกับอิหร่านกำลังจะตกลงกันได้ อิสราเอลก็อาจจะตัดสินใจเปิดศึกก่อน เพื่อล้มกระดานเจรจา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตซึ่งอิหร่านก็ประกาศกร้าวว่า...หากถูกโจมตีครั้งนี้จะไม่ใช่สงครามจำกัดวง แต่จะเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ที่ขีปนาวุธพร้อมพุ่งสู่อิสราเอลทันที...ย้ำว่า “ความตึงเครียดสูงสุด” นี้คือเรื่องใหญ่ที่น่ากังวล ด้วยว่ามีความเป็นไปได้สูงและสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบสอดรับกับการเตรียมพร้อมของอิหร่าน ที่ปัจจุบันได้เตรียมรับมือด้วยการติดตั้งและกระจายฐานยิงขีปนาวุธ โดยหันหน้าไปยังอิสราเอลเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมโต้กลับทันทีหากถูกโจมตีตอกย้ำด้วย...คำประกาศกร้าวของอิหร่าน ที่ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังสหรัฐฯอย่างชัดเจนว่า หากอิสราเอลเปิดฉากโจมตี อิหร่านก็จะตอบโต้กลับอิสราเอลอย่างเต็มกำลัง...เต็มที่แม้ทางฝ่ายสหรัฐฯ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะมีการประเมิน...เปิดเผยถึงการโจมตีแบบจำกัดวงแต่อิหร่านได้ขู่กลับไว้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่มีการจำกัดวง แต่จะกลายเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ทันที? ว่ากันถึงความรุนแรงและผลกระทบ สถานการณ์ในระยะถัดไปจึงมีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะอิหร่านยืนยันแน่นหนักว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อเหมือนที่ผ่านมาและพร้อมจะทำให้เป็นสงครามใหญ่ที่อาจลุกลามไปถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลกอย่างรุนแรงสรุปสั้นๆเข้าใจง่ายๆได้ว่า...“หากมีการเปิดฉากโจมตีจากฝั่งอิสราเอล อิหร่านมีท่าทีและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้เป็นเพียงความขัดแย้งเล็กน้อย แต่จะยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบทันที ตามที่ได้ประกาศและเตรียมฐานยิงขีปนาวุธไว้แล้ว” แน่นอนว่าหากสงครามนี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อเศรษฐกิจโลก...การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้การส่งออกน้ำมันหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง และสวัสดิภาพคนไทยในอิหร่าน นักศึกษาไทยจำนวนมากก็เสี่ยงอันตรายจำเป็นต้องมีแผนอพยพผ่านประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ตุรกี และความปลอดภัยของแรงงานในอิสราเอล “รัฐบาล”...ต้องเตรียมแผนเคลื่อนย้ายแรงงานไทยออกจากพื้นที่ขัดแย้งให้ชัดเจน รวดเร็ว...และควรหยุดส่งแรงงานไปอิสราเอลโดยเด็ดขาดในช่วงที่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นบททดสอบ “ยุทธศาสตร์โลก” ที่สำคัญ...ที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องแหล่งพลังงานและปัญหาความมั่นคง.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม