ตามรวบทันควันมือปืนโคลอมเบีย ลั่นไกสังหารนักท่องเที่ยวหนุ่มอิรักดับสยองริมถนนเมืองป่าตอง เกาะภูเก็ต ก่อเหตุอุกอาจกลางย่านชุมชนบุกจ่อยิงเหยื่อขณะยืนเช็ดรถ จยย.อยู่ริมถนนแล้วเผ่นหนี ตำรวจสืบสวนแกะรอยไม่กี่ชั่วโมงตามไปยึดปืนและเสื้อผ้าของคนร้ายที่ถอดทิ้งไว้ในห้องพักโรงแรมบริเวณใกล้เคียง ก่อนตามไปจับกุมตัวได้อีกโรงแรมใกล้สนามบินรอเวลาขึ้นเครื่องเผ่นหนีออกนอกประเทศ เช็กประวัติเพิ่งเดินทางเข้าไทยเมื่อเดือน ม.ค. ซื้อปืนมาจากพื้นที่ภาคกลาง กำหนดกลับหลังก่อเหตุเพียง 15 ชม. คาดปมสังหารจากความขัดแย้งมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง เหยื่อหนีตายมาไทยแต่ไม่รอดถูกจ้างฆ่าข้ามโลกส่งมือปืนตามล่าปลิดชีพมือปืนต่างชาติก่อเหตุอุกอาจล่าสังหารเหยื่อกลางแหล่งท่องเที่ยวเมืองภูเก็ตสุดท้ายหนีไม่รอดถูกตามรวบตัวได้ทันควันรายนี้เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ก.พ. พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ว่า ได้นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมตัวนายเฟอร์นานโด เอสเตด กูว์วารา ซานเชซ อายุ 39 ปี สัญชาติโคลอมเบีย ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังก่อเหตุบุกยิงนายอาเมียร์ มุนเดอร์ มาห์มูด อายุ 24 ปี สัญชาติอิรัก ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะไปเสียชีวิตที่ รพ.ป่าตอง จับกุมได้ที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้สนามบินภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ตคดีนี้เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 7 ก.พ. ร.ต.ท.ธรรพ์ณธร มีจีนา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากห้องฉุกเฉิน รพ.ป่าตอง ว่า มีชายชาวต่างชาติถูกยิงบนฟุตปาทริมถนนสิริราชย์ หน้าร้านให้เช่ารถ จยย.บิ๊กไบค์ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมซีแอนด์เอ็น ต.ป่าตอง ส่งมารักษาตัวแล้วเสียชีวิต หลังรับแจ้งรายงานให้ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผกก.สภ.ป่าตอง นำกำลังชุดสืบสวนไปตรวจสอบ แบ่งกำลังชุดแรกตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตที่ รพ.ป่าตอง อีกชุดร่วมกับ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและติดตามหาเบาะแสคนร้ายจากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายอามีร์ มุนดีร์ มาห์มูด อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอิรัก ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. เข้ากลางหลัง 1 นัด ในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน 9 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ผู้ตายพักอาศัย อยู่เกสต์เฮาส์ละแวกใกล้เคียง เช่ารถ จยย.จอดอยู่บน ฟุตปาทริมถนน ขณะยืนเช็ดรถ จยย.อยู่ได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์สูงประมาณ 175-180 ซม. ผิวเข้ม สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ ใส่เสื้อยืดแขนสั้น สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าสีขาวดำ เดินลัดเลาะริมถนนตรงเข้ามาหาก่อนชักปืนออกมาจ่อยิงใส่ร่างผู้ตาย 1 นัดจนล้มทรุด แล้ววิ่งหลบหนีย้อนกลับไปตามเส้นทางที่เดินมา กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงบันทึกภาพขณะคนร้ายเดินผ่านก่อนก่อเหตุ และวิ่งกลับหลังก่อเหตุไว้ได้ ส่วนร่างผู้ตายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสมีพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เดินทางไป สภ.ป่าตอง เรียกประชุมชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง กก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต บก.สส.ภ.8 และตำรวจกองปราบปราม เร่งหาเบาะแสคลี่คลายคดี สั่งการให้ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้าย ใช้ก่อเหตุและหลบหนีเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายก่อเหตุอุกอาจกลางเมืองท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ภูเก็ต และประเทศไทยต่อมา ตำรวจพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังคือนายเฟอร์นานโด เอสเตด กูว์วารา ซานเชซ อายุ 39 ปี สัญชาติโคลอมเบีย พักอยู่โรงแรมไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักพบปืน 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อผ้า รองเท้า และหมวกกันน็อกที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ ถูกทิ้งไว้ในห้อง และรถ จยย.ที่เช่ามาจอดทิ้งไว้หน้าโรงแรม ส่วนคนร้ายเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมหลบหนีไปแล้ว ตำรวจตรวจยึดสิ่งของต่างๆกลับมาตรวจสอบ พร้อมกระจายกำลังไล่ล่าตัวคนร้าย กระทั่งเวลา 02.45 น. ชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายเฟอร์นานโด ได้หลังไปเปิดห้องพักอยู่โรงแรมใกล้สนามบินเพื่อเตรียมเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ ควบคุมตัว ไปสอบสวนที่ บก.สส.ภ.8 พร้อมประสานล่ามมาร่วม สอบปากคำผู้ต้องหาจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้า จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ม.ค.69 มีกำหนดเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 8 ก.พ.69 เวลา 08.40 น. ด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบิน QR 843 เป็นเวลาหลังจากสังหารเหยื่อเพียง 15 ชม. คาดว่าผู้ต้องหาวางแผนไว้เป็นอย่างดีก่อนลงมือก่อเหตุ ตามแนวทางการสืบสวนคาดว่าผู้ต้องหาเป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกจ้างวานมาจากกลุ่มบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ อาจมีความขัดแย้งกับผู้ตายมาตั้งแต่ประเทศต้นทางแล้ว ผู้ตายหลบเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย จึงส่งมือปืน ตามมาล่าสังหารปลิดชีพแล้วเตรียมเผ่นหนีออกนอก ประเทศแต่ถูกตำรวจไทยจับกุมตัวได้ก่อน ตรวจสอบปืน 9 มม. พบว่าสั่งมาจากชายไทยที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อนำมาก่อเหตุ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลติดตาม จับ กุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี พร้อมประสานตำรวจสากลมาร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อหา ปมสังหารที่แน่ชัดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่