ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ช่วงบ่ายๆของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ได้ยินเสียงตะโกนขอคะแนนจากรถหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆดังกึกก้องผ่านบ้านผมไปเป็นระยะๆถึงโค้งสุดท้ายของแท้แล้วครับ เพราะตามกฎกติกาที่กำหนดไว้ ทุกๆพรรคการเมืองจะต้องหยุดหาเสียงในเวลา 18.00 น. ซึ่งก็เหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเองระหว่างที่รอผลการเลือกตั้งอยู่นี้ เรามาเขียนถึงบทวิเคราะห์ของสื่อระดับโลกที่ตั้งฉายาไม่ดีเลยให้แก่ประเทศไทยเรา...นั่นก็คือฉายาที่ว่าประเทศไทยเราได้กลายไปเป็น Sick Man of Asia หรือ “คนป่วยแห่งเอเชีย” ไปซะแล้วสื่อยักษ์ใหญ่ที่ว่านี้ก็คือ Financial Times ของอังกฤษได้เผยแพร่บทความเมื่อวันอังคารที่แล้ว พาดหัวเรื่องเป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยอย่างตรงๆตัวได้ว่า “ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียได้อย่างไร?”พร้อมกับเริ่มต้นอารัมภบทด้วยการย้อนอดีตไปสู่ยุคที่เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตพุ่งพรวดยุค พ.ศ.2531 จนประเทศไทยได้รับฉายาว่า “1 ใน 5 เสือแห่งเอเชีย” เสียด้วยซ้ำ เหตุไฉนจึง “ล้มป่วย” ลงเสียได้โดยกล่าวถึงตัวเลขต่างๆที่ถดถอยลง รวมถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งผมขออนุญาตไม่นำมาสรุปในที่นี้ เพราะเกือบทุกประเด็นปัญหาเป็นเรื่องที่เรารับรู้รับทราบกันดีอยู่แล้วมีรายงานข่าวว่า หลายฝ่ายที่ได้อ่านบทความนี้ต่างแสดงความไม่สบายใจ และบังเกิดความห่วงใยในอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะ ภาคธุรกิจเอกชนไทย ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ฝากไปถึงรัฐบาลใหม่ว่า จะต้องรีบแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรัง จนเป็นเหตุให้เราต้องกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” โดยเร็วที่สุดสำหรับคอลัมนิสต์แก่ๆอย่างผมอ่านแล้วอยากร้องไห้ด้วยความเสียใจและเสียดายอย่างบรรยายไม่ถูกเสียดายเพราะในห้วงปี 2531 ดังที่ Financial Times กล่าวอ้าง ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยได้รับฉายาว่า “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย” จากสื่อระดับโลกทุกฉบับนั้นผมมีโอกาสได้เห็นได้สัมผัสและมีส่วนร่วมในความสำเร็จในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่งทั้งทางตรงและทางอ้อมนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2531 ชื่อ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” ซึ่งให้ความไว้วางใจใน การบริหารเศรษฐกิจไทย แก่ฝ่าย ข้าราชการ หรือ “เทคโนแครต” มากกว่าฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะขุนพลเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของท่านก็คือ ดร.เสนาะ อูนากูล เลขาธิการสภาพัฒน์ ที่กลับมารอบสองระหว่างปี 2523-2532อยากรู้ว่าพลเอกเปรมสามารถทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็น “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย” หรือการเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างไร โปรดหยิบหนังสือเรื่อง “พลังเทคโนแครต” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ มติชน เมื่อเดือนกันยายน 2556 ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและงานของ ดร.เสนาะ อูนากูล มาอ่านอีกครั้ง แล้วจะทราบได้ดีผมจำไม่ได้ว่าสื่อโลกฉบับไหนหรือสำนักไหนที่ตั้งฉายาดังกล่าวขึ้นก่อน แต่จำได้ว่าทุกสื่อหลักไม่ว่า ไทม์ส, นิวส์วีก, ดิ อีโคโนมิสต์, ไฟแนนเชียลไทม์ส ต่างหยิบเรื่องราวความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศใน พ.ศ.ดังกล่าว ขึ้นเป็น “สารคดีหน้า 1” หรือ “สารคดีจากปก” แข่งกันเจาะลึกในรายละเอียดจำได้อีกว่าตัวเองนั่งอ่านข่าวและบทความเหล่านี้ด้วยความสุขใจอย่างยิ่ง พอๆกับได้อ่านข่าวว่านักกีฬาไทยเราประสบชัยชนะในการแข่งขันระดับโลกอย่างไรอย่างนั้นดังนั้นเมื่อต้องมาอ่านรายงานของ Financial Times ยุคนี้ว่าเรากำลังเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ในขณะนี้ โดยส่วนตัวผมจึงรู้สึกเสียใจและเสียดายมากกว่าใครๆก็ฝากนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ใครก็ไม่รู้? รีบไปหาทางแก้ไขก็แล้วกันครับ...และอย่าดีใจไปเลยครับที่ชนะเลือกตั้ง...เพราะงานหนักรออยู่อีกเพียบผมเดาล่วงหน้าไว้ก่อนเลยว่า พอสื่อนอกฉบับหนึ่งบอกว่า “เราป่วย” เดี๋ยวฉบับสองฉบับสาม ฯลฯ ก็จะตามมาป่วย! ป่วย! ป่วย! เตรียมรับมือให้ดีๆก็แล้วกัน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม