สลด ผศ.สาว อาจารย์สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา กระโดห้องพักชั้น 23 ลงมาเสียชีวิตที่ดาดฟ้าชั้น 12 แม่บ้านพบร่างถึงกับตะลึงรีบแจ้งตำรวจ ขึ้นไปตรวจสอบในห้องไม่พบร่องรอยต่อสู้ แต่มียาแก้โรคซึมเศร้าจำนวนหนึ่ง กระจกหน้าต่างเปิดทิ้งไว้ มองลงไปตรงกับจุดที่ร่างตกลงไป ตรวจสอบพบป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 2-3 ปี เคยบ่นกับเพื่อนว่าไม่อยากอยู่แล้วผศ.สาวป่วยซึมเศร้ากระโดดห้องพักเสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.33 น. วันที่ 27ม.ค. พ.ต.ต.ไท สว่างจิตร สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวันรับแจ้งเหตุหญิงตกจากที่สูงเสียชีวิตในสภากาชาดไทย ฝั่งประตู 17 ถนนอังรีดูนังต์ แขวงและเขตปทุมวัน กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.ทรงพล วอทอง สวป.สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบนดาดฟ้าชั้น 12 ส่วนที่ยื่นออกไปจากตัวอาคารสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิราสูง 25 ชั้น พบร่าง ผศ.สาว อายุ 39 ปี อาจารย์สาขาวิชาการพยาบาลมารดา ทารกและการผดุงครรภ์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย สภาพนอนคว่ำหน้า ชุดนอนสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและร่างกาย แขนขาหักผิดรูป เบื้องต้นสอบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตตกลงมาจากห้องชั้น 23 ลงมาค้างที่ดาดฟ้าชั้น 12 เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบภายในห้อง พบกระจกบานเลื่อนหน้าต่างเปิดอยู่ มองลงไปพบตรงกับจุดที่พบศพพอดีคาดว่าเป็นจุดที่กระโดดลงมา ภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่พบยารักษาโรคซึมเศร้าจำนวนหนึ่ง รวบรวมไว้เป็นหลักฐานสอบสวน น.ส.วันเพ็ญ ชูเลิศ อายุ 53 ปี แม่บ้านทำความสะอาดอาคารสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิราผู้พบศพคนแรกเผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะตนทำความสะอาดห้องชั้น 12 ตามปกติ หลังเปิดมู่ลี่หน้าต่างด้านหลังห้องต้องตกใจ เมื่อพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณดาดฟ้าด้านนอก รีบแจ้งนิติกรของอาคารเพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นเหตุการณ์ขณะที่ผู้เสียชีวิตตกลงมามีรายงานว่า ผศ.ที่เสียชีวิต เป็นอาจารย์สาขาวิชาการพยาบาลมารดา ทารกและการผดุงครรภ์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การผดุงครรภ์ขั้นสูง) จากมหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาตรีจากวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย มีความเชี่ยวชาญด้านการพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ที่ห้องพักอาจารย์เพียงคนเดียว เพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตป่วยเป็นโรคซึมเศร้าต้องกินยารักษา ที่ผ่านมาเคยบ่นกับเพื่อนร่วมงานว่าไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว นอกจากนี้พนักงานสอบสวนติดต่อไปยังมารดาผู้เสียชีวิต กำลังเดินทางมาจาก จ.ระยอง เพื่อให้ปากคำและจัดการเรื่องศพ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากนั้นมอบร่างให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ก่อนมอบให้ญาติรับศพนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไปมีรายงานอีกว่า ผศ.ผู้เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 2-3 ปีแล้ว รักษาด้วยการกินยามาตลอด ส่วนสาเหตุของการป่วยยังไม่ทราบแน่ชัด เบื้องต้นไม่มีปัญหาเรื่องความรักและมีแฟนแล้ว แต่อยู่ไกลกันเพราะไปทำงานอยู่ต่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่