“พิพัฒน์” แจงผลสอบสวนเครนถล่ม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เกิดจากความผิดพลาดของผู้รับเหมาไม่แจ้งสถานีรถไฟเพื่อระงับการเดินรถในพื้นที่ก่อสร้าง จ่อยกเลิกสัญญา 29 ม.ค.นี้ ตำรวจสอบพยานสีิคิ้วไปแล้ว 130 ปาก รอผลตรวจกล่องดำจาก รฟท. ส่วนเครนถล่มถนนพระราม 2 เป็นช่วงหยุดทำงานต้องรอผลจากวิศวกร ขณะที่ผู้บริหารอิตาเลียนไทยยอมรับผิดพร้อมเยียวยาเหยื่อ ขอโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องและไม่คิดจะฟ้องรัฐจากเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 ถนนพระราม 2 ต.ท่าจีน อ.เมือง สมุทรสาคร ถล่มลงมาทับรถกระบะ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 คน ติดอยู่ในซากรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน และเครนถล่มทับรถไฟโดยสารที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เกิดเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่เร่งเก็บกู้ซากเพื่อเคลียร์พื้นที่ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิก 2 สัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เตรียมขึ้นบัญชีดำ พร้อมเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตความคืบหน้าเช้าวันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าคดีเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า ขณะนี้พนักงาน สอบสวนเร่งทำคดีอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สอบปากคำพยานแล้วกว่า 130 ปากครอบคลุมทั้งญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ รวมถึงคนงานที่อยู่ในพื้นที่ขณะเกิดเหตุ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนรัดกุมที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเหตุเกิดจากบริเวณใด และเกิดจากชิ้นส่วนหรือความผิดพลาดตรงไหนแน่ จะเป็นตัวชี้ว่าใครคือผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนี้พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลและโครงสร้างเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมอีกครั้ง รวมถึงรอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีอย่างละเอียด แม้จะมีการเคลื่อนย้ายขบวนรถไฟออกจากพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ไม่ทำให้รูปคดีอ่อนลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันแรกของเหตุการณ์ ส่วนประเด็น “กล่องดำ” ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของการรถไฟแห่งประเทศไทย และยังไม่ได้ส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน โดยตำรวจจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและเอาผิดผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อไปอย่างตรงไปตรงมาต่อมาเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวถึงผลสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุเครนถล่มทั้ง 2 เหตุว่า เหตุเครนถล่ม อ.สีิคิ้ว ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปว่า สาเหตุหลักเกิดจากความผิดพลาดของผู้รับเหมาของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนในการปิดทางตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ไม่มีการแจ้งสถานีรถไฟเพื่อระงับการเดินรถก่อนวิ่งผ่านในพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลให้เครนหรือ Launcher Gantry (LG) เคลื่อนตัวขณะขบวนรถไฟวิ่งผ่านและหล่นลงมาทับขบวนรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องดำเนินการยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. พิจารณาตัดสินใจในวันที่ 29 ม.ค.นี้นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนอุบัติเหตุเครนก่อสร้าง โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนถนนพระราม 2 หล่นทับรถยนต์ การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไซต์งานหยุดการทำงานแล้ว ทำให้ในขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า สาเหตุเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์ ความประมาทหรืออย่างไร จะต้องรอผลการสืบสวนทางนิติวิศวกรรมอย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะพิจารณายกเลิกสัญญาต่อไปด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ทล.จะปิดการจราจร 100% บนถนนพระราม 2 ในบริเวณพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง และต้องใช้ LG เป็นระยะเวลาประมาณ 60 วัน เพื่อดำเนินการรื้อถอนสะพาน 2 ช่วงที่ได้รับความเสียหายรุนแรงจากการกระแทกของเครน และเร่งรื้อถอนนั่งร้านบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งตรวจแบบก่อสร้างและรายการคำนวณใหม่ทั้งหมดขณะที่นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า บริษัทยืนยันพร้อมเข้าสู่ทุกกระบวนการตรวจสอบ และรับผิดชอบตามผลการตรวจสอบ กรณีอุบัติเหตุเครนถล่มในโครงการ ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย—จีน ช่วง อ.สีคิ้ว จ.นคร ราชสีมา และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (ถนนพระราม 2) ทางบริษัทไม่มีข้อแก้ตัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมรับผิดชอบต่อความผิดพลาดทุกประการ รวมถึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบอย่างเต็มที่นายสุเมธเผยว่า ในส่วนของการเยียวยาบริษัทเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตทันที ไม่รอขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อน พร้อมเตรียมเงินเยียวยารายละกว่า 1 ล้านบาท ควบคู่กับค่าชดเชยจากบริษัทประกันภัยและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อย่างไรก็ตาม ITD ขอชี้แจงว่า เนื่องจากทั้ง 2 โครงการอยู่ในช่วงเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน ทำให้บริษัทต้องเช่าเครื่องจักร (Launcher Crane) เพิ่มเติมในบางจุด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเครื่องจักรที่เช่ามาได้รับการตรวจสอบจากบริษัทที่ปรึกษา และผู้ควบคุมงานอย่างเข้มงวดก่อนใช้งาน และตรวจสอบการรับน้ำหนักตามมาตรฐานวิศวกรรมสม่ำเสมอ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุจากความบกพร่องในขั้นตอนการปฏิบัติงานของบุคคลหรือเหตุสุดวิสัย บริษัทพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง พร้อมขอให้สังคมเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทุกโครงการของบริษัทนายสุเมธเผยอีกว่า ข้อสงสัยเรื่องปัญหาขาดสภาพคล่องของบริษัทจนนำไปสู่การลดมาตรฐานความปลอดภัยนั้น ขอยืนยันหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง ปัญหาทางการเงินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพวัสดุหรือความปลอดภัยแต่อย่างใด และไม่ลดสเปกงานก่อสร้าง ตามที่มีกระแสตั้งข้อสังเกต พร้อมกันนี้ ITD ยืนยันว่า บริษัทมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด มีคณะกรรมการความปลอดภัยกลางตรวจสอบ ทุกไซต์งาน และตั้งชุดทำงานพิเศษ เพื่อพิจารณาเพิ่มบทลงโทษกรณีพนักงานประมาทเลินเล่ออย่างรุนแรง“ส่วนกระแสข่าวว่า ITD เตรียมฟ้องร้องภาครัฐนั้น บริษัทยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารภายในบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐและกระทรวงคมนาคมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ITD ขอให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้บริษัทได้ปรับปรุงการทำงาน พร้อมให้คำมั่นว่าจะยึด ความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเหนือสิ่งอื่นใด และพร้อมแก้ไขข้อบกพร่องทุกประการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก” นายสุเมธกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่