ผมนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งเขียนแนะนำนิตยสาร “หมอชาวบ้าน” ฉบับที่ 561 หรือฉบับต้อนรับปีใหม่ 2569 ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมานี่เองวันเดียวกับที่คุณหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และปราชญ์แห่งแผ่นดิน ท่านถึงแก่อนิจกรรมในช่วงเวลา 2 ทุ่มเศษๆ ด้วยอายุ 93 ปี ตามที่สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าว และผมก็เขียนถึงท่านด้วยความเคารพและอาลัยไปด้วยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคมก็พอดีนึกขึ้นมาได้อีกเช่นกันว่า แม้คุณหมอประเวศท่านจะรังสรรค์สิ่งที่ดีงามทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม อันทรงคุณค่าเป็นประโยชน์ยิ่งแก่ประเทศชาติของเราเอาไว้มากมายหลายสิ่งหลายอย่างก็ตามแต่ในฐานะคนรักหนังสือ ชอบอ่านหนังสือและเขียนหนังสือ ผมขอเรียนจากใจของผมว่า “นิตยสารหมอชาวบ้าน” เป็นมรดกที่ทรงคุณค่าที่สุดในความเห็นของผมที่คุณหมอท่านรังสรรค์และทิ้งเป็นมรดกไว้ให้แก่ประเทศไทยของเราผมรีบไปคว้านิตยสาร หมอชาวบ้าน ฉบับต้อนรับปีใหม่ 2569 มาเปิดอ่านทันทีเลยครับ เพราะโดยปกติแล้วคุณหมอประเวศ ซึ่งเป็นบรรณาธิการและผู้พิมพ์ผู้โฆษณาของนิตยสารฉบับนี้ ท่านจะเป็นผู้เขียนคอลัมน์ “คุยกับท่านผู้อ่าน” เป็นประจำและนี่ก็คือคำ “อวยพร” ที่คุณหมอเขียนไว้ในฉบับล่าสุดหมอชาวบ้าน สวัสดีปีใหม่ 2569 ขออวยพรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับหมอชาวบ้านทุกคนมีความสุขความเจริญในโอกาสขึ้นปีใหม่2569ความทุกข์ก็ดี ความเศร้าโศกก็ดี ภัยอันตรายใดๆก็ดี ขอให้จากไปพร้อมปีเก่าขอให้คนไทยทุกคนสนใจเรื่อง วิถีคิดใหม่, การเมืองใหม่ การบริหารประเทศใหม่ และ ประเทศไทยองค์รวมการบริหารผิดๆทำให้ประเทศไทยป่วยประดุจเป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และเรื่องใหญ่สังคมแบบตัวใครตัวมันไม่สามารถช่วยภัยพิบัติต่างๆได้ คนไทยควรรวมตัว ร่วมคิดร่วมทำ จะพ้นภัยทั้งปวงด้วยความรัก...ประเวศ วะสีข้อเขียนชิ้นนี้น่าจะเป็นข้อเขียน หากมิใช่ “ชิ้นสุดท้าย” ก็คงเป็น “ชิ้นท้ายๆ” เพราะนิตยสารที่พิมพ์จำหน่ายในเดือนมกราคม น่าจะมีการจัดทำจัดเขียนต้นฉบับต่างๆตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคมเป็นต้นมา...ซึ่งก็เป็นห้วงเวลาที่ท่านน่าจะล้มป่วยและรักษาตัวอยู่ที่บ้านโดยไม่ไปโรงพยาบาลตามกระแสข่าวที่มีการโจษขานแต่กระนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความเฉียบคมลึกซึ้ง หากใครนำไปประพฤติไปปฏิบัติตามที่ท่านแนะนำไว้ ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและแก่สังคมไทยอย่างมหาศาลที่สำคัญข้อเขียนสั้นๆของท่านชิ้นนี้ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของท่าน ซึ่งมิใช่จะเป็นเพียง “แพทย์รักษาโรค” หรือ “รักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย” เท่านั้น...แต่ยังเป็นแพทย์ “รักษาสังคมไทย” และ “ประเทศไทย” เราควบคู่ไปด้วยน่าเสียดายที่สังคมไทยและประเทศไทยป่วยเป็น “โรคมะเร็ง” มานานแล้ว จึงรักษาแสนยาก แม้จนวันนี้อาการมะเร็งก็ยังกำเริบอยู่ผมก็ได้แต่ตั้งความหวังไว้ว่าหลายๆความคิดที่ท่านปลูกฝังไว้จะยังอยู่ในใจของคนไทยรุ่นหลังไม่มากก็น้อย และหวังว่าสักวันหนึ่งจะค่อยๆเจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นพลังที่แรงที่สุดในสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของท่าน และสามารถเขยื้อน “ประเทศไทย” ให้พ้นจากมะเร็งร้ายได้ในที่สุดขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์คุณหมอประเวศ ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการ นิตยสาร “หมอชาวบ้าน” ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม