สยองส่งท้ายปีใหม่ 6 ล้อแหกโค้งเสยกระบะพ่อค้าไก่ทอด 4 ศพ เจ็บอีก 2 ขณะพาครอบครัว 6 ชีวิตกลับจากเยี่ยมญาติที่บ้านเกิด ถึงทางโค้งอันตราย รถบรรทุกมรณะ ซิ่งเสียหลักข้ามมาชนเต็มๆจนหลังคาเปิด เมียลูกสาวฝาแฝดวัย 7 ขวบ ลูกสาวคนเล็ก 3 ขวบ และหลานชายถูกอัดก๊อบปี้คาซาก คนขับและลูกแฝดอีกคนรอดปาฏิหาริย์ อีกรายรถตู้ขนคนกลับบ้านหลังเทศกาลหลับในอัดการ์ดเรลพลิกคว่ำทับผู้โดยสาร 2 ศพ เจ็บอีก 14 ด้าน ศปถ.แถลงยอดตายอุบัติเหตุ 6 วัน พุ่ง 241 ศพอุบัติเหตุสลดส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ รถหกล้อแหกโค้งชนรถกระบะเสียชีวิต 4 ศพ เปิดเผยเวลา 02.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ร.ต.อ.สมปรารถนา บุญมณี รอง สว. (สอบสวน) สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนพหลโยธิน หมู่ 6 บ้านเขาขวาง ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งถนน 4 เลน ไม่มีเกาะกลาง พบรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 81-4365 พิจิตร เสียหลักพลิกตะแคงข้าง อยู่กลางถนน กระจกหน้ารถแตกละเอียด นายทินภัทร ศรีทอง อายุ 22 ปี คนขับ และ น.ส.ณัฐชาวรรณ จันทร์สุข อายุ 20 ปี ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยห่างไปประมาณ 3-4 เมตร พบรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ แค็บ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 2989 สุพรรณบุรี ถูกชนพังยับทั้งคัน หลังคาห้องโดยสารเปิด ท้ายกระบะพบรถ จยย. รถ จยย.ไฟฟ้าและสัมภาระ ข้าวของเครื่องใช้ตกกระจาย มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อนายพรชัย แซ่ลี อายุ 28 ปี คนขับ และ ด.ญ.กมลพัชร คีรีรัตนสกุล อายุ 7 ขวบ ลูกสาวนายพรชัย ภายในรถพบผู้โดยสารหมดสติ 4 คน เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำร่างออกมา พบว่าทั้งหมดสิ้นใจไปแล้วชื่อ น.ส.กัญญาภัค แซ่เล้า อายุ 24 ปี ภรรยานายพรชัย ด.ญ.กมลรัตน์ คีรีรัตนสกุล อายุ 7 ขวบ ลูกสาวคู่แฝด ด.ญ.กมลพัชร ด.ญ.กันกมล แซ่ลี อายุ 3 ขวบ ลูกสาวคนเล็ก และนายนิธิพงษ์ แซ่ลี อายุ 17 ปี หลานชายนายพรชัยจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายพรชัยมีอาชีพขายไก่ทอดอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ช่วงเทศกาลปีใหม่ขับรถกระบะคันดังกล่าวพาครอบครัวและหลานชาย รวม 6 คน กลับไปเยี่ยมญาติและเลี้ยงฉลอง ที่บ้านเกิดใน จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างขับรถกลับ จ.สุพรรณบุรี ถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งไม่มีเกาะกลาง มีรถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งสวนฝั่งตรงข้ามเกิดเสียหลักแหกโค้งมาด้วย ความเร็วพุ่งชนเต็มๆก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ โชเฟอร์และผู้โดยสารบาดเจ็บ ส่วนรถกระบะเสียชีวิตคาซาก 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 2 คนหลังเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้ กรมทางหลวงลงมาแก้ปัญหาถนนพหลโยธินช่วงผ่าน อ.ตากฟ้า ที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากช่องจราจรบางช่วงยังเป็น 2 เลน บางช่วงเป็น 4 เลน และมีช่องจราจรค่อนข้างคับแคบ อีกทั้งไม่มีเกาะกลาง หรือแบริเออร์กั้นขาขึ้นกับขาล่อง มีเพียงเส้นทึบเหลืองเท่านั้น อีกทั้งเป็นทางโค้งอันตรายหลายจุด ทำให้คนขับที่ไม่ชำนาญเส้นทางมักเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุครั้งนี้เป็นทางโค้งอันตรายที่เคยเกิดเหตุหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตมาแล้วหลายศพ ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังอุบัติเหตุสยองอีกราย เวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค. พ.ต.อ.สมหมาย พิศุทธิ์เศรษฐุ์ศิริ ผกก.สภ. อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ตรวจสอบอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคนบนถนนทางหลวงสาย 304 (นครราชสีมา-กบินทร์บุรี) บริเวณทางโค้งลงเขาหน้าสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กม.243+100 บ้านห้วยน้ำเค็ม หมู่ 11 ต.อุดมทรัพย์ พบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮภ 7893 กรุงเทพ มหานคร ชนการ์ดเรลพลิกคว่ำลงข้างทางล้อชี้ฟ้า ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บส่งเสียงร้องระงม 14 คน และถูกรถทับเสียชีวิต 2 ศพ ทราบชื่อ นางบุญโฮม อินทร์สกุล อายุ 59 ปี อีกคน น.ส.จุฑามาศ บำรุงเชื้อ อายุ 20 ปี เป็นหลานสาวนางบุญโฮม อาสาสมัคร กู้ชีพฮุก 31 จุด ต.อุดมทรัพย์ ลำเลียงคนเจ็บส่ง รพ. วังน้ำเขียว และ รพ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในจำนวนนี้ อาการสาหัส 1 คน ย้ายไปรักษา รพ.มหาราชนครราชสีมาสอบสวนทราบว่า ผู้โดยสารทั้งหมดได้ว่าจ้างนายดนัย ประจิตร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 989 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ขับรถตู้ออกจาก เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไปส่ง อ.พิมาย และ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เนื่องจากอยากหลีกเลี่ยง รถติดช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาล ปีใหม่ ระหว่างมาถึงทางโค้งลงเขาหน้าสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เกิดเสียหลักชนการ์ดเรลพลิกคว่ำ เบื้องต้นนายดนัยอ้างว่าหลับใน ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาขับขี่รถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งทรัพย์สินทางราชการเสียหายที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เวลา 10.15 น. วันที่ 5 ม.ค. นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ ศปถ. แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 69 ว่า วันที่ 4 ม.ค. เกิดอุบัติเหตุ 175 ครั้ง บาดเจ็บ 174 คน เสียชีวิต 27 ราย สาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว เกินกำหนดร้อยละ 32.57 ตัดหน้ากระชั้นชิดร้อยละ 30.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 68.58 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรงร้อยละ 84.57 ถนนกรมทางหลวงร้อยละ 49.14 ถนนใน อบต./หมู่บ้านร้อยละ 22.29 จังหวัดที่เกิด อุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส 12 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส 12 คน จังหวัดที่มี ผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ 3 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน (30 ธ.ค. 68-4 ม.ค.69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,364 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,313 คน ผู้เสียชีวิตรวม 241 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 50 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสม สูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 53 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 20 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 7 จังหวัดร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำวันที่ 4 ม.ค. เป็นวันที่ 5 ของมาตรการควบคุมเข้มงวด ว่า มีคดีเข้าสู่ระบบทั้งสิ้น 813 คดี ขับรถขณะเมาสุรา 774 คดี คิดเป็น ร้อยละ 95.20 คดีขับเสพ 39 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.80 ยอดคดีสะสมตลอด 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68 ถึง 4 ม.ค.69 รวม 3,936 คดี แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 3,731 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.79 ขับรถประมาท 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.10 ขับเสพ 199 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.06 ขับซิ่ง 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05 จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นนทบุรี 341 คดี กรุงเทพมหานคร 290 คดี และสมุทรปราการ 233 คดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่