อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภัยเงียบในสังคมไทยมายาวนาน ภายใต้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่ปี 2565–2570 ไทยประกาศเจตนารมณ์ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ในการคุมเข้มยานพาหนะ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเดินทาง วางโครงสร้างการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนกำหนดเป้าหมายสุดท้ายลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือเพียง 12 คนต่อแสนประชากร ถือเป็นการลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีฐาน 2563 ที่ 27.2 คนต่อแสนประชากร แม้ว่าภาครัฐได้ประกาศให้การแก้ปัญหาอุบัติเหตุเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2552 และได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในปี 2555แต่ตัวเลขความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ ที่ศปถ.ประกาศรณรงค์ 7 วันอันตรายกลับสะท้อนความจริงที่เจ็บปวด แม้กลไกรัฐ ปูพรมทั่วประเทศ ถึงขั้นตั้งด่านระดับหมู่บ้าน ทำงานกันอย่างหนักเพียงใด ตัวเลข ผู้เสียชีวิตยังไม่เป็นศูนย์ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตินี้อยู่อุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเป็นวิกฤติเงียบ แต่ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายมิติ ทั้งครอบครัว สังคมและบ้านเมือง โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่าไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้ในปี 2568 ขยับขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 18 แต่ตัวเลขความสูญเสียยังน่าใจหาย เฉลี่ยกว่า 34 รายต่อวัน หรือ 12,506 รายต่อปีกลุ่มเสี่ยงสุดเป็นผู้ขับขี่รถจักรยาน ยนต์ มีสัดส่วนการเสียชีวิตถึง 91.36 % ตามรายงานภาพรวมของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน หรือ Thai RSC ยังไม่นับยอดผู้บาดเจ็บอีก 863,197 ราย ที่มีสาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับอุบัติเหตุหนึ่งครั้งไม่ได้จบลงที่จุดเกิดเหตุ แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งทำให้วัยแรงงานหายไปจากระบบ ภาระค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ซ่อมแซมทรัพย์สิน ค่าดำเนินคดีความ และมีผลกระทบทางอ้อมสร้างปัญหาหนี้สินในครอบครัวที่ขาดกำลังหลัก ทำลายภาพลักษณ์ความปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกถึงเวลาที่ทุกภาคส่วน รัฐ เอกชน และประชาชน ต้องผนึกกำลังสร้างจิตสำนึกหมู่ร่วมกัน ให้ตระหนักว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีหากประมาท ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงตามเป้าหมายแผนแม่บทฯ เพื่อช่วยรักษาทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว และเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม