เรื่องที่ 6 พระราชากับผู้พิพากษา ในหนังสือเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ (สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง อินสไปร์ เครือนานมี พิมพ์ พ.ศ.2553) ผมอ่านแล้วหลายครั้ง แต่เพิ่งมาสะดุดใจ วันนี้ ต้องอ่านอีกครั้งเริ่มต้นก็ต้องทำความเข้าใจกันไว้ก่อน นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 400 ปีที่แล้ววันหนึ่งใน ค.ศ.1608 พระเจ้าเจมส์แห่งประเทศอังกฤษ ทรงรู้สึกเบื่อมากๆกับภารกิจพิธีการแต่ละวันๆในวัง เสด็จออกไปที่ศาลแห่งราชสำนัก ทรงบอกพระประสงค์ พระองค์จะขอพิจารณาคดีราษฎร คดีธรรมดาคดีหนึ่งทรงมีเหตุผลในพระทัย...นี่คืออีกทางที่จะทรงรู้สภาพความเป็นอยู่ทุกข์สุขของประชาชนไม่มีใครหลงลืม ยุคนั้นยังเป็นยุคราชาธิปไตย พระมหากษัตริย์เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน...แต่ผิดคาด ท่านลอร์ดโค้ก ผู้พิพากษาสูงสุด ประจำศาลทั่วไปกลับลืมทูลปฏิเสธ“งานพิพากษาคดี ไม่ใช่หน้าที่พระเจ้าแผ่นดิน”“ผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วใต้หล้า ทุกคนก็รู้กันดีว่า เป็นของข้าทั้งหมด” พระเจ้าเจมส์ตรัส“อาณาจักรนี้อยู่ภายใต้การปกครองของข้า คดีธรรมดาๆคดีหนึ่ง ข้ากลับไม่มีสิทธิพิจารณาตัดสิน...มีอย่างที่ไหน?” ประโยคสุดท้าย รวมทั้งสีพระพักตร์ ทรงสำแดงชัด ไม่สบพระอารมณ์“ขอฝ่าพระบาททรงอย่ากริ้ว” ท่าทีท่านลอร์ดโค้กนอบน้อมแต่สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่“ขอให้ข้าพเจ้าได้กราบทูล ฝ่าพระบาทย่อมทรงเป็นพระประมุขสูงสุดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านบริหาร งานราชการแผ่นดิน หรือนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต่างก็เป็นงานที่ฝ่าพระบาททรงรับผิดชอบ แต่ฝ่าพระบาทจะทรงพิจารณาคดีเช่นนี้ ด้วยพระองค์เองไม่ได้เด็ดขาด“ฮ่าๆ กษัตริย์พิจารณาคดีไม่ได้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก” พระเจ้าเจมส์ไม่ทรงยอมง่ายๆ“ท่านลอร์ดโค้กของข้า ท่านอย่ามาทำท่าทียกย่อง แต่แท้จริงคัดค้าน ข้ารู้ดีกฎหมายของราชอาณาจักรยึดเหตุผล ท่านไม่ให้ข้าพิจารณาคดีเห็นได้ชัดท่านมองว่าข้าโง่เขลา ไม่มีเหตุผลเหมือนท่าน และเพื่อนร่วมงานของท่าน”ลอร์ดโค้กก็ยังทูลต่อไปอย่างรอบคอบหนักแน่น“จริงอยู่ ที่ว่าพระเจ้าได้ประทานความรู้ที่มากมาย และพรสวรรค์ที่หาใครเปรียบมิได้ให้แก่ฝ่าพระบาท แต่ฝ่าพระบาทไม่ได้เชี่ยวชาญกฎหมายของราชอาณาจักรอังกฤษทุกคดีที่ผู้พิพากษาพิจารณา เกี่ยวข้องกับชีวิต สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ของอาณาประชาราษฎร์ จึงไม่สามารถตัดสินได้โดยใช้เหตุผลธรรมดาๆ แต่ต้องตัดสินโดยใช้เหตุผลของนักกฎหมายกฎหมายเป็นศิลปะแขนงหนึ่งก่อนที่คนคนหนึ่งจะรู้จักกฎหมาย จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนมาเป็นเวลานาน”สามประโยคสุดท้าย...เป็นคำกล่าวที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศอังกฤษความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์และผู้พิพากษาครั้งนี้เป็นหลักการ แห่งการพัฒนากฎหมายอังกฤษให้มีความสมบูรณ์ หลังเหตุการณ์นี้ ศาลสถิตยุติธรรมจึงกลายเป็นองค์กรผูกขาดของนักกฎหมายมืออาชีพไม่เพียงแค่อังกฤษ ประเทศต่างๆเกือบทั้งโลก ผู้ที่จะทำงานทางด้านกฎหมายจะต้องผ่านการศึกษาด้านนี้โดยตรงในระดับอุดมศึกษา จนยอมรับและพูดกันเป็นสำนวน กฎหมายเป็นขื่อแปของบ้านเมืองบ้านเมืองที่ผมพอรู้จัก กำลังเป็นรัฐล้มเหลว และบางบ้านเมืองที่ผมรู้จักมากกว่า กำลังถูกหมายตา ว่าตอนนี้มีความหวังเหลืออยู่กับขื่อแปเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม