ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ตามที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ สพฐ. ดำเนินการเพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความสำนึกรักชาติ เข้าใจหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความรอบรู้ด้านภูมิศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันระดับประถมศึกษา เรียนประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี มัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมงต่อสามปี ส่วนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล ให้ใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พร้อมทั้งใช้สื่อร่วมสมัยที่เหมาะสมกับวัยผู้เรียน ในด้านการประเมินให้ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก เน้นกระบวนการคิดมากกว่าการท่องจำเลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า ส่วนที่ รมว.ศธ. มีแนวคิดที่จะเพิ่มสัดส่วนวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ในการสอบเข้าศึกษา ต่อของนักเรียนนั้น ได้เตรียมประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการใช้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งมอบหมายสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ให้มีการนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นเกณฑ์ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการของ สพฐ.ด้วย ส่วนการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 เป็นเรื่องที่ยังต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนทุกคน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่