รองผู้การกองปราบฯชี้คดี “หมอบี-หลวงพ่ออลงกต” ต้องมีคนผิดคนถูก หลังพบเงินส่วนต่างหาย เผยเส้นเงิน “หมอบี” ช่วง พ.ย.64-16 เม.ย.68 เปิดบัญชีวัดรับบริจาค มอบฉันทะให้ผู้อื่นเบิกถึง 101 ครั้ง ยอดเงิน 204 ล้านบาท พบตัวละครสำคัญคนเบิกเงินแล้ว ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาต้องตรวจยิบ โดยเฉพาะบ้านที่ซื้อปี 64 หลังเปิดบัญชีรับบริจาคในปี 62 เบื้องต้นเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีมูลตามที่มีผู้ร้อง ด้าน “หลวงพ่ออลงกต” สวนกลับ “หมอบี” พูดไม่เคลียร์ ลั่นพร้อมเจอหน้าได้ทุกเมื่อต่อหน้าสื่อ หมอบีจะได้ตอบข้อซักถามอย่างตรงไปตรงมา ย้ำพร้อมเมื่อไหร่ขอให้บอกกรณีนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หมอดูชื่อดังฉายา “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” เจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” ถูกกล่าวหาว่าไปเปิดบัญชีในนามของวัดพระบาทน้ำพุ อ.เมืองลพบุรี แต่กลับนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประ สงค์ หรือส่งเงินให้วัดไม่ครบทั้งหมด ขณะที่หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุแถลงด่วน ปิดทุกบัญชีบริจาคที่มีอยู่เดิมและเปิด บัญชีใหม่ 3 บัญชี ลั่น 7 วันนี้หมอบีต้องชี้แจงให้สังคมทราบข้อเท็จจริง ชี้เป็นเพียงจิตอาสา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่วัดมอบหมายให้ทนายลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขณะที่หมอบีโร่เข้าให้ข้อมูลกองปราบฯ เมื่อเย็นวันที่ 7 ส.ค. และเปิดเผยผ่านรายการ “แฉ” ในเวลาต่อมาว่า เงินทั้งหมดไม่ได้มอบให้วัดพระบาทน้ำพุ แต่มอบให้พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุโดยตรงเป็นเงินสด หมอบีอ้างว่าเป็นดำริความต้องการของหลวงพ่ออลงกต ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเรื่องเงินๆทองๆกับธุรกิจแฝงการกุศลที่วัดดังลพบุรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.เอ (นามสมมติ) คนสนิทนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป. ในฐานะพยาน พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้เป็นเลขาฯหมอบี เป็นเพียงจิตอาสาที่ทำงานร่วมกันไม่ทราบเรื่องเงิน เมื่อถามอีกว่า เรื่องเงินที่หมอบีอ้างว่าอยู่กับเลขาฯก่อน 3 วัน ค่อยมาถึงหมอบี น.ส.เอ ยืนยันว่าไม่เคยจับเงินพวกนั้น “เพราะไม่ใช่เลขาฯ เรื่องเงินถึงไม่พูด” ส่วนที่ออกมาให้ข้อมูลกับทางรายการและเจ้าหน้าที่ เพื่ออยากให้เกิดความโปร่งใสและให้คนตั้งคำถามหาคำตอบที่เป็นจริง ส่วนหมอบีจะรู้เห็นกับหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องส่วนแบ่ง 70% ให้วัด และ 30% ให้หมอบี ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ น.ส.เอ ตอบก่อนเดินเข้าไปสอบปากคำว่า “คงเป็นแบบนั้นแหละค่ะ”ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. หมอบีมาพบพนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป. พร้อมนำเอกสารการเบิกจ่ายเงินต่างๆ ตั้งแต่ปี 62 มามอบให้พร้อมชี้แจงว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ยังยืนยันไม่มีความคิดจะหลบหนี สำหรับหลักฐานยอดเงินบริจาค และการเบิกเงินของหมอบี ตรวจสอบพบว่ามีการมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปเบิกเงินถึง 101 ครั้ง รวมเป็นเงิน 204 ล้านบาทในช่วงระหว่างเดือน พ.ย.64 ถึง 16 เม.ย.68 ส่วนช่วงปี 62-63 หลักฐานทั้งหมดมีเป็นจำนวนมาก พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งให้เร่งดำเนินการแล้ว เบื้องต้นน่าเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีมูลตามที่มีผู้ร้องเรียนมาจริงๆ แต่ต้องรอให้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนที่จะมีการดำเนินการกันต่อไปพ.ต.อ.เอนกเผยถึงอีกว่า คดีนี้มีการร้องเรียนให้กองปราบฯตรวจสอบตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดสอบปากคำพยานคนสนิทของหมอบี ที่ไม่ใช่เลขาฯส่วนตัว แต่เป็นผู้เคยทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันมานาน ถือเป็นพยานสำคัญในอนาคต ที่ผ่านมาได้สอบปากคำไวยาวัจกร เจ้าอาวาส และบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในวัดเบื้องต้นไปแล้ว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคลอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ทิศทางการสืบสวนชัดเจนขึ้น พบความผิดปกติในบัญชีธนาคารชื่อ “ใจฟ้าอาทรประชานาถ” เปิดตั้งแต่ปี 2562 มีเงินจำนวนมากไหลเข้าก่อนที่หมอบีจะให้คนสนิทเบิกออกมาเป็นเงินสดครั้งละหลักแสนถึงหลักล้าน เพื่อนำไปให้หลวงพ่ออลงกตต่อ ในแต่ละครั้งมียอดส่วนต่างที่หายไป ตำรวจมีข้อมูลและบุคคลที่เกี่ยวข้องชัดเจนแล้ว ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดสำหรับกรณีที่หลวงพ่ออลงกตให้สัมภาษณ์ว่าหมอบีนำเงินส่วนต่างไปใช้ทำกิจกรรมจิตอาสา พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถตั้งข้อสังเกตได้ ตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเชิญหลวงพ่อมาสอบปากคำหรือส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบที่วัด ในส่วนทรัพย์สินที่สังคมตั้งข้อสงสัย หมอบีอ้างว่า ได้นำเงินจากการปราบผีและธุรกิจกงสีของครอบครัวไปซื้อ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ พบว่าบ้านที่ซื้อเมื่อปี 2564 ซื้อหลังจากเปิดบัญชีใจฟ้าฯที่เปิดเมื่อปี 2562 ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตำรวจมุ่งตรวจสอบเพียงบัญชีใจฟ้าฯ ในฐานะบัญชีหลักรับบริจาค พร้อมยืนยันว่ามีเส้นทางการเงินครบถ้วนแล้ว หมอบีต้องชี้แจงเอกสารให้ชัดทุกยอดว่าเงินมาจากไหนและไปที่ใด ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีใคร แต่วัดได้ส่งทนายลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ลพบุรี ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างไร หากจะมีการดำเนินคดี คงจะมาแจ้งที่กองปราบปราม ให้รับทำคดี คดีนี้ต้องมีคนผิดและคนถูกอย่างแน่นอน แต่ยังไม่กำหนดกรอบเวลาสรุปสำนวน เนื่องจากต้องตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 มีรายละเอียดจำนวนมากรายงานข่าวแจ้งด้วยว่ากรณีการร้องเรียนเรื่องทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ที่พบว่าใช้นอมินีเข้าไปกว้านซื้อที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นใน จ.ลพบุรี ใช้ชื่อผู้อื่นเข้าไปดำเนินการจนทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าน่าจะมีข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องเรียนเข้ามาจริงๆ เนื่องจากที่ผ่านมากรณีเงินบริจาคของวัดแห่งนี้ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากต่างให้ความศรัทธา และร่วมให้ความสนับสนุนด้วยมาเป็นเวลายาวนาน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหามาก่อน กระทั่งมาเกิดกรณีฉาวขึ้น ทำให้ต้องตรวจสอบทั้งหมดก่อนจะพบข้อเท็จจริงบางประการที่อาจทำให้ตำรวจจะต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไปต่อมาเวลา 17.00 น. ที่อาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหมอบีเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน บก.ป. หลังมีคนมาร้องเรียนกับหลวงพ่อ หลวงพ่อได้เรียกหมอบีนำเอกสารมาชี้แจง เป็นเอกสารรายละเอียดการดำเนินการแต่ละโครงการที่หมอบีนำมาให้หลวงพ่อเซ็นรับทราบ จากการดูร่วมกันหลายฝ่าย เป็นเอกสารที่ไม่ได้ลงวันที่ ทำขึ้นมาว่ามีกิจกรรมอะไรที่ทำไปแล้วบ้าง ส่วนการแจ้งความตอนนี้ วัดมีมติว่าให้ดำเนินคดีหมอบีอย่างแน่นอน ขณะนี้หลักฐานยังไม่เพียงพอต้องมีการรวบรวมก่อนนายเกิดผลกล่าวอีกว่า หลังจากที่หมอบีบอกว่าเงินบางส่วนนำไปใช้จ่ายโครงการอื่น เป็นเรื่องที่หมอบีนำมาอ้าง เนื่องจากเบิกเงินมาส่งให้หลวงพ่อไม่ครบ ส่วนเรื่องที่ระบุว่านำเงินไปให้หลวงพ่อโดยตรงนั้น เป็นข้อมูลตรงกัน แต่เงินสดที่ได้มามีเจ้าหน้าที่วัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ตอนนี้ตัวเลขที่ไม่ตรงกันมีอยู่ 5.4 ล้านบาท มองว่าเรื่องนี้หมอบีมีความผิดปกติ ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อมูลที่ตนรับทราบ ตำรวจแจ้งให้หลวงพ่อทราบแล้วว่ามีมูลความผิด รวมทั้งยังมองว่าหมอบีโยนความผิดให้หลวงพ่อกับเลขาฯ แต่จะพูดอย่างไรก็ได้เพราะหลักฐานเป็นอีกแบบ วัดมีหลักฐานเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังกังวลใจอยู่ คือหลวงพ่อรู้ไม่เท่าทัน ที่ผ่านมาหลวงพ่อเชื่อหมอบีเกือบทั้งหมด กระทั่งเห็นหลักฐานจึงเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะมองว่าวัดเป็นเหยื่อหรือไม่นั้นตอบไม่ได้เพราะทางวัด คณะกรรมการคนอื่นๆไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องระหว่างหลวงพ่อกับหมอบีสองคนที่รู้วันเดียวกันมีรายงานว่า ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์เข้าพบพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ อีกรอบ สอบถามกรณีที่หมอบีกล่าวอ้างว่า เงินทั้งหมดไม่ได้มอบให้วัดพระบาทน้ำพุ แต่มอบให้ “หลวงพ่ออลงกต” โดยตรงเป็นเงินสด และอ้างว่าเป็นความต้องการของหลวงพ่ออลงกตหลวงพ่ออลงกตกล่าวว่า ตั้งแต่แรกเริ่มที่หมอบีเข้ามาเป็นจิตอาสาที่วัดพระบาทน้ำพุ หมอบีรวบรวมเงินบริจาคมาถวายเป็นเงินสดตั้งแต่แรก ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ดำริหรือความคิดของอาตมา เป็นดำริของหมอบีตั้งแต่ต้น ช่วงแรกไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะจำนวนเงินน้อย และเคยเตือนหมอบีไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า ให้ทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเงินทำบุญจากญาติโยม ต้องทำให้เป็นบุญจริงๆ ต่อมาหมอบีมีดำริมาขอใช้ชื่อโครงการใจฟ้าในการเปิดบัญชีและต่อท้ายว่า โดยนายเสกสันน์ก็ไม่ได้ห้ามอะไร ใครขออะไรมา หรืออาสามาช่วยกิจการงานของวัดด้านไหน ก็ให้ไม่เคยห้าม แต่กำชับตลอดว่าให้ทำอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ได้มอบหมายทนายความและไวยาวัจกร ไปลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรีไว้ก่อน ส่วนตำรวจสอบสวนกลางยังไม่ได้ประสานมา แต่จะสะดวกที่จะให้ข้อมูลที่วัดมากกว่า หรือหากเชิญจริงๆ จะส่งทนายความของวัดไปแทน ส่วนประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยของสังคม มองว่าสิ่งที่หมอบีออกมาพูดเมื่อคืนนี้ ไม่แปลกที่สังคมจะมองว่าเป็นการโยนกันไปกันมา เพราะสิ่งที่หมอบีพูดยังไม่เคลียร์ยังไม่ชัดเจน อาตมาพร้อมที่จะเจอหน้ากับหมอบีได้ทุกเมื่อ พร้อมเมื่อไหร่บอกมาได้เลย จะได้แถลงข่าวพร้อมกันต่อหน้าสื่อมวลชน หมอบีจะได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา ส่วนสถานที่อาตมาสะดวกและพร้อมที่วัดก็ได้ พร้อมเมื่อไหร่ขอให้บอกส่วนที่วัดพระบาทน้ำพุ นายบรรเจต เทพพำนัก คณะกรรมการวัดพระบาทน้ำพุ หรือ เลขาฯปู เผยว่า ทางวัดได้ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายการโอนเงิน ถ้ามีการจ่ายเงินสดก็มีลายเซ็นผู้รับ ผู้บริจาคมีเอกสารทั้งเงินสดและเงินโอน ขอสังคมอย่าหลงประเด็น จากที่หมอบีอ้างว่าส่งเงินไม่ครบแล้วนั้นที่ผ่านมาก็ไม่เคยรู้ว่ามีส่วนต่าง ทุกครั้งที่ออกไปจะมีผู้ติดตามหลวงพ่อ 2 ท่าน ที่เอาเงินไปเข้าบัญชี หมอบี ทำอยู่หลายวัดไม่ทราบว่าบัญชีที่เปิดเอาไปใช้กับทุกวัดหรือไม่ คนมาสนใจว่าเงินเข้าหลวงพ่อหมด 200 ล้าน ตอนนี้เงินวัดชี้แจงตำรวจไปแล้ว ส่วนที่คนสงสัยว่าหลวงพ่อจะร่วมมือกันหรือไม่นั้น มองว่า “นานาจิตตัง” ยืนยันว่าไม่มีการแจ้งหรือตกลงในส่วนต่าง 70-30 แน่นอน วัดมีระเบียบอยู่แล้ว ใครทำผิดต้องยอมรับ ไม่ทราบเช่นกันว่าหมอบีเปิด บัญชีด้วยการใช้ชื่อตัวเอง หลังคณะกรรมการทราบเรื่องไปตรวจสอบ และให้ทำเอกสารชี้แจง วัดยังไม่ทันเรียกมาคุยเพราะหมอบีป่วย และมาเกิดเรื่องก่อน หลังมีปัญหาวัดก็ตั้งคณะกรรมการดูเรื่องบัญชีโดยเฉพาะ ส่วนใครจะไปล่มหัวจมท้ายกันตนไม่รู้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่