“รองเต่า” แบะท่าตรวจสอบกรณีหมอดูชื่อดัง แอบอ้างชื่อวัดรับบริจาคเงิน หลังมีกลุ่มบุคคลเข้าร้องเรียนตำรวจกองปราบปราม เร่งตรวจสอบเบื้องต้นถ้าเข้าข่ายแอบอ้างชื่อวัดฉ้อโกงเอาเงินเข้ากระเป๋าจะให้กองปราบฯเป็นหน่วยงานทำคดี แต่ถ้าเกี่ยวกับการทุจริตจะให้ บก.ปปป.ดำเนินการ ด้าน ศปภม.เตรียมเปิดปฏิบัติการ “ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา” ครั้งต่อไป หลัง พศ.ส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียนพระตามวัดต่างๆทั่วประเทศมาให้กว่า 4,000 เรื่อง เร่งแบ่งงาน มีทั้งส่วนที่ตำรวจ บช.ก.ดำเนินการเอง อีกส่วนประสานตำรวจท้องที่และฝ่ายปกครองเข้าไปตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันกรณีศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคาม และเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา (ศปภม.) เปิดปฏิบัติการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ฐานะหัวหน้า ศปภม. ระดมกำลังตำรวจ บช.ก.เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเกือบ 200 จุด ตามล่าตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีต่างๆ หนีความผิดมาบวชเพื่อหลบเลี่ยงเงื้อมมือกฎหมายรวม 181 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วความคืบหน้าจากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ส.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงผลปฏิบัติการของศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา (ศปภม.) ว่า จากผลปฏิบัติการสามารถจับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 163 เป้าหมาย ในจำนวนนี้จับกุมพระสงฆ์ได้ 153 รูป ยังเหลืออีก 18 เป้าหมายยังไม่พบตัว นอกจากนี้ยังมีพระ 4 รูป ไม่ยอมลาสิกขา ตนเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมทั้งให้พระวินยาธิการพูดคุยเรื่องวินัยสงฆ์และคำสั่งของมหาเถรสมาคม จนพระทั้ง 4 รูปยอมลาสิกขาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ส.ค.“หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการ เตรียมเปิดปฏิบัติการครั้งต่อไป ขอข้อมูลการร้องเรียนพระที่ทำผิดพระธรรมวินัย จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พบว่ามีเรื่องร้องเรียนมากกว่า 4,000 เรื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและสั่งการให้ตำรวจกับกรมการปกครองท้องที่เข้าตรวจสอบวัดกว่า 40,000 วัดทั่วประเทศ มุ่งเป้าไปที่ตู้รับบริจาค บัญชีวัดไวยาวัจกรวัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data) การเปิดปฏิบัติการครั้งต่อไปต้องทำให้ แล้วเสร็จภายใน 7 วัน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวนอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ยังกล่าวถึงกรณีมีหมอดูรายหนึ่ง นำชื่อวัดแห่งหนึ่งไปเปิดรับบริจาคเงินว่า ขณะนี้ทราบว่ามีผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องที่แอบอ้างชื่อวัดและชื่อเจ้าอาวาสวัดเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินบริจาค ต้องดูว่าหากนำเงินไปให้เจ้าอาวาสจริง เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวนำเงินไปทำอะไรส่วนที่นักวิชาการรายหนึ่งบอกว่า อาจเข้าข่ายการฉ้อโกงหรือไม่นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า คิดว่าอาจเข้าข่ายฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ต้องดูก่อนว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างไรต่อ หากเจ้าอาวาสนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จะเป็นอีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการเปิดบัญชีเป็นชื่อวัดเพื่อรับบริจาค แต่กรรมสิทธิ์การเบิกเงินมีแค่หมอดูเพียงคนเดียวสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้ การเอาชื่อวัดไปใช้ต้องเอาไปให้วัดเพราะถือว่าเป็นบัญชีของวัด การเปิดบัญชีที่เป็นชื่อวัดต้องมีกรรมการวัดและมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถทำได้แค่บุคคลเดียว ทุกอย่างต้องเข้าระบบวัด“เรื่องที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดด้วยว่าเงินที่ได้จากการบริจาคนำไปใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่ถูกวัตถุประสงค์จะเข้าข่ายว่ามีความผิด นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างกรณีของวัดไร่ขิง ที่อดีตเจ้าอาวาสตั้งคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ร้านค้าสวัสดิการ อ้างว่าเป็นบัญชีวัดแต่เมื่อสแกนแล้วกลับเป็นบัญชีบุคคล” รอง ผบช.ก.กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะขยายผลเรื่องหมอดูอย่างไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ตนจะพูดคุยกับ ผบก.ปปป.และ ผกก.1 บก.ปปป. หากดูแล้วว่าเข้าข่ายฉ้อโกงจะให้กองปราบปรามเข้าไปดูแลคดี แต่ถ้าเป็นการทุจริตตนจะเข้าไปดูแลเองอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่