“กองปราบฯ” ฝากขังนักธุรกิจไต้หวันโหด ร่วมมือแก๊งนายพลจ้างวานฆ่าลูกเมียตัวเอง สาเหตุจากความขัดแย้งภายในบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มูลค่านับพันล้านบาท พนักงานสอบสวนพร้อมเหยื่อขอค้านประกันตัว เกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและไม่ปลอดภัย คำร้องละเอียดยิบจ้างวานลูกน้องยศ “จ.อ.” หาทีมสังหารรวม 3 คน ส่งปืนกลและระเบิดมือเป็นอาวุธ จ่ายมัดจำแล้ว 5 แสนบาท จากค่าจ้างทั้งหมด 1.5 ล้านบาท แต่ยังไม่ทันลงมือ ตำรวจกองปราบฯลากคอมาสอบสวนก่อน ศาลเห็นพ้องเป็นคดีอุกฉกรรจ์ส่งตัวทั้ง 3 คนเข้าเรือนจำทันทีกรณีชุดสืบสวนกองปราบปรามซุ่มออกหมายจับ เปิดปฏิบัติการบุกจับกุมตัวนายฟงเหา จัง หรือจัง เค่อ จุง อายุ 68 ปี ชาวไต้หวัน เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มูลค่านับพันล้านบาท พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า อายุ 64 ปี และนายเทวราช มังกร อายุ 66 ปี อดีตนายทหารยศนาวาเอก ครูฝึก นักทำลายใต้น้ำ ข้อหาจ้างวานฆ่าฯ หลังจากนายฟงเหา จัง ติดต่ออดีตนายทหารทั้ง 2 คน ให้จัดหามือปืนสังหารนายชางชิน เยน อายุ 29 ปี ลูกชาย นางยอง ชุกเฮง อายุ 53 ปีภรรยาตัวเอง และนายวีรวัฒน์ สุขเกษา ทนายความ เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งภายในครอบครัวเรื่องการบริหารบริษัท เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ธ.ค. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้พนักงานงานสอบสวนกองปราบปรามควบคุมตัวนายฟงเหา จัง (Mr.Feng-Hao Chang) อายุ 68 ปี ชาวไต้หวัน พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า อายุ 64 ปี และนายเทวราช มังกร อายุ 66 ปี อดีตนายทหารยศ “นาวาเอก” ครูฝึกหน่วยซีล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4747 4748 และ 4764/2566 ลงวันที่ 21 ธ.ค.66 ข้อหาเป็นผู้ใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังทั้งหมดร่วมวางแผนฆ่าภรรยาและลูกชายของนายฟงเหา จัง ปมขัดแย้งผลประโยชน์ในบริษัทประกอบธุรกิจผลิต-ส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าพันล้านไปส่งฝากขังศาลอาญาผัดแรก พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง และเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปส่งศาลอาญา ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากถูกสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดมาตลอดทั้งคืน จากการสอบสวนมีเพียงนายฟงเหา จัง ที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วน พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ และนายเทวราชยังให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ค่อยมีประโยชน์กับรูปคดีเท่าที่ควร ส่วนการสืบสวนสอบสวนหลังจากนี้ ตำรวจกองปราบปรามกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการจ้างวานฆ่าครั้งนี้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ถ้ามีจะดำเนินการออกหมายจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไปที่ศาลอาญา พนักงานงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ควบคุมตัว น.อ.หรือนายเทวราช มังกร อายุ 66 ปี อดีตครูฝึกนักทำลายใต้น้ำ พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า อายุ 64 ปี นายทหารนอกราชการและนายฟงเหา จัง หรือจัง เค่อ จุง อายุ 68 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาข้อหาใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ปอ.289 อนุ 4 และ พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ ตามหมายจับศาลอาญามาขอฝากขังครั้งแรกคำร้องบรรยายว่า ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. พฤติการณ์คือ ระหว่างเดือน ส.ค.ถึงวันที่ 18 ธ.ค. นายฟงต้องการฆ่านายชางชิน เยน และนาง ยอง ชุกเฮง บุตรและภรรยาของตัวเอง และนายวีรวัฒน์ สุขเกษา ทนายความ สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งและพิพาทในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ถึงพันล้านบาท นายฟงขอให้ผู้ต้องหาที่ 1 ไปจ้างมือปืนมาฆ่า ไปติดต่อจ้างจ่าเอก ฉ. นาย ส.และนาย อ.พร้อมมอบปืนกลเออาร์ 15 พร้อมเครื่องกระสุน 5.56 มม.จำนวนหนึ่ง ระเบิดขว้างสังหาร 3 ลูก ตกลงค่าจ้างเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท ต่อมานางยอง ชุกเฮง เดินทางออกนอกประเทศ จึงเหลือคนให้ฆ่าแค่ 2 คน ขอลดค่าจ้างเหลือ 1.2 ล้านบาท จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 5 แสนบาท แต่ จ.อ. กับพวกไม่ทำ เป็นความผิดฐานจ้างวานใช้ให้ฆ่าโดยไตร่ตรองฯ และทราบว่าผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมจ้างวานใช้ด้วย ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตามการสืบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 20 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง ผลตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ ประวัติต้องโทษ ผลตรวจการใช้งานโทรศัพท์ ผลสอบธุรกรรมการเงิน ขอฝากขัง 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ถึงวันที่ 3 ม.ค.67 ท้ายคำร้อง หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากการกระทำของ 3 ผู้ต้องหา ร่วมกันใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่นให้ก่อเหตุอาชญากรรมร้ายเเรงเป็นคดีอุกฉกรรจ์ คดีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยทางผู้เสียหายร่วมยื่นคัดค้านการประกันตัวด้วยศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขังจำนวนหนึ่ง ศาลพิจารณาเเล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานครทันทีที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.2 บก.ป. กล่าวว่า แม้จะจับกุมตัวการใหญ่ของขบวนการดังกล่าวได้แล้วทั้ง 3 คน แต่ตำรวจยังคงต้องขยายผลตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ชัดว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกมิติ ส่วนกลุ่มทีมสังหารหรือกลุ่มมือปืนที่ได้รับการว่าจ้าง ตอนนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน เท่ากับว่าขณะนี้มีผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวแค่ 3 รายเท่านั้น“แม้ตอนนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ยังคงยืนกรานปฏิเสธไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่หนักใจ เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ แม้คดีดังกล่าวจะเป็นแค่การวางแผน ยังไม่ได้ลงมือฆ่า แต่ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่สามารถปล่อยผ่านหรือรอให้เกิดเหตุร้ายขึ้นได้ ดังนั้นจำเป็นต้องเอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้แบบถอนรากถอนโคน เพื่อเป็นการตัดตอนเหตุอาชญากรรมให้ลดน้อยลงไป” ผกก.2 บก.ป.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่