นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ขณะนี้ภาคใต้อยู่ในช่วงฤดูฝนต้องเผชิญกับมรสุมกำลังค่อนข้างแรง โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างที่มีฝนตกหนักและหนักมากในบางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มด้วย กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเตือนพี่น้องเกษตรกรที่เผชิญกับภาวะอากาศเย็นชื้นและมีฝนทุกพื้นที่ ให้เฝ้าระวังโรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันพบพื้นที่เกิดโรคนี้แล้วประมาณ 1 หมื่นไร่ จากพื้นที่ปลูกรวมกว่า 4 ล้านไร่ ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร สตูล ตรัง ระยอง สงขลา นราธิวาส พังงา“โรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมันเป็นปัญหาที่เกษตรกรมีโอกาสได้รับผลกระทบสูง เนื่องจากเชื้อราสาเหตุของโรคจะเข้าทำลายเนื้อเยื่อรากต้นปาล์ม ทำให้ต้นปาล์มขาดน้ำ ออกผลเล็กลง ใบเปลี่ยนรูปและเหี่ยว กระทั่งต้นปาล์มเน่ายืนต้นตาย ซึ่งลักษณะอาการภายนอกของโรคนี้ในระยะเริ่มแรกค่อนข้างสังเกตได้ยากเพราะมักมีลักษณะคล้ายอาการขาดธาตุ นอกจากนี้เชื้อก่อโรคยังสามารถแพร่ไปสู่ต้นข้างเคียง ส่งผลให้ปาล์มน้ำมันที่ปลูกภายหลังไม่เจริญเติบโตไปด้วย ยิ่งในช่วงที่มีฝนและอากาศมีความชื้นสูงนั้น จะเหมาะต่อการแพร่ระบาดของโรค” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำว่า ในระยะนี้ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ เพราะสปอร์ของเชื้อราก่อโรคสามารถแพร่ระบาดโดยผ่านลม น้ำ เครื่องมือทางการเกษตร และการสัมผัสกันของราก“ข้อควรปฏิบัติของเกษตรกรก่อนปลูกคือ ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับรำละเอียด 4 กิโลกรัม และปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม หว่านหรือรองก้นหลุมอัตรา 100 กรัมต่อต้น หรือหว่านในแปลงปลูกหรือรอบทรงพุ่มในอัตรา 3-6 กิโลกรัมต่อต้น หมั่นดูแลรักษาแปลงปลูกให้สะอาด จัดการระบบระบายน้ำให้ดี และบำรุงรักษาต้นปาล์มน้ำมันให้แข็งแรง โดยใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมตามการเจริญเติบโต จากนั้นควรหมั่นสังเกตอาการของโรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมัน ซึ่งมักพบในต้นปาล์มน้ำมันที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป หรือต้นปาล์มน้ำมันอายุ 1-2 ปี ที่ปลูกซ้ำแปลงเกิดโรค”นายรพีทัศน์ อธิบายถึงลักษณะอาการของโรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมันว่า ใบจะซีดเหลือง ใบมีสีซีดกว่าปกติหรือเป็นปื้นบนทางใบล่าง ทางใบหักพับทิ้งตัวห้อยลงรอบลำต้น ใบย่อยแห้งตาย ยอดที่ยังไม่คลี่จะมีมากกว่าปกติ โคนต้นหรือรากบริเวณผิวดินใกล้โคนต้นจะพบดอกเห็ด เพราะภายในลำต้นถูกทำลาย ทำให้ต้นหักล้มลง ไปจนถึงอาการรุนแรงในขั้นยืนต้นตาย เกษตรกรจึงควรหมั่นตรวจสอบต้นที่คาดว่าจะเป็นโรค โดยใช้ไม้เคาะลำต้นปาล์มน้ำมันเพื่อฟังเสียงบริเวณที่ถูกทำลาย สังเกตต้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต้นที่เป็นโรค หากพบอาการของโรคให้รีบป้องกันกำจัดโดยขุดหลุมรอบๆ ต้นปาล์มน้ำมันที่เป็นโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากต้นเป็นโรคไปยังต้นปกติผ่านการสัมผัสกันของราก ซึ่งต้องขุดหลุมให้ลึกมากพอ อย่าทำให้รากเกิดแผล และระวังเรื่องร่องตื้นเขินภายหลังด้วยนอกจากนี้ ต้องเก็บดอกเห็ดที่ขึ้นบริเวณโคนต้นปาล์มน้ำมันเป็นโรคหรือที่รากบริเวณผิวดินไปทำลายนอกแปลงปลูก ถากบริเวณเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายออกแล้วทาทับด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา หากยังคงมีดอกเห็ดเกิดขึ้นและอาการยังรุนแรงต่อเนื่องให้ถากซ้ำและทาทับด้วยสารเคมีกำจัดเชื้อรา เช่น โคลทาร์ สารที่มีส่วนผสมของโคลทาร์ สารไทแรม หรือสารเคมีกำจัดเชื้อรากลุ่มไตรอะโซล รวมถึงกำจัดดอกเห็ด และวัชพืชหรือพืชอาศัยอื่นออกไปให้หมด เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคในธรรมชาติ ตลอดจนทำความสะอาดเครื่องมือทางการเกษตรก่อนนำไปใช้ เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค. คลิกอ่าน "ข่าวเกษตร" เพิ่มเติม