นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์นั้น สิ่งสำคัญต้องกระจายแพทย์ให้เหมาะสม ซึ่งพบว่า เขตสุขภาพที่ 8 ขาดแพทย์มากที่สุด แม้จะกระจายไปเท่าไรก็ตาม ส่วนเขต 13 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้บุคลากรมากที่สุด ดังนั้นโจทย์การกระจายบุคลากรจะต้องทำอย่างไรให้มีการแบ่งปันอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขให้สอดคล้องกัน และเมื่อดูภาพรวมพบว่า เรามีแพทย์เพิ่มขึ้นปีละ 1,000 คน โดย สธ.ดูแลประชาชน 85% ของประเทศ ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมามีแพทย์เพิ่มขึ้นจาก 7,400 คน เป็น 11,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเป็น 50% โดยเพิ่มมากที่สุดเป็นโรงพยาบาลชุมชน ตามด้วยโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งเรื่องบุคลากรของ สธ.นั้น แม้ว่าจะไม่ได้ขาดแคลนเหมือนเก่า แต่ยังต้องการเพิ่มขึ้น และต้องกระจายตัวให้เหมาะสม ที่สำคัญต้องอยู่ได้ทั้งเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ ความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ และภาระงานที่เหมาะสมและเป็นธรรม ส่วนในเรื่องอัตรากำลังนั้น สธ.ยังค้างเรื่องการบรรจุอัตราข้าราชการ สธ.ที่ปฏิบัติงานกรณีโควิด-19 รอบสองอีก 3 หมื่นอัตรา ซึ่งต้องหารือกับทาง ก.พ.ต่อไป ที่ผ่านมา ก.พ.ให้ สธ.จัดสรรเรื่องตำแหน่งว่างก่อน ตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้หรือไม่เกินเดือน พ.ย.2566นายประพันธ์ ใยบุญมี ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอฝากรัฐบาลใหม่ให้ยกระดับหลักประกันสุขภาพให้เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งถ่ายโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ โดยมีทุนแพทย์ประจำตำบล ซึ่งหากมี รพ.ประจำตำบล ที่มีแพทย์อย่างน้อย 1 คน ที่มีความก้าวหน้าเหมาะสม ก็จะช่วยให้คนอยากกลับไปทำงานอยู่ในชุมชนมากขึ้น.