นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวบรรยายพิเศษ “โรงพยาบาลทันตกรรม...ทางออกของการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากคนไทย” ในการประชุมพัฒนาศักยภาพทันตแพทย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ว่า ชมรมทันตแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทยเคยหารือถึงงานบริการทันตกรรม ที่ให้บริการประชาชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณ 10 ล้านครั้งต่อปี ในขณะที่บุคลากรยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเพิ่มทั้งทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ ทันตาภิบาล ซึ่งหากเพิ่มบุคลากรก็ต้องขยายการบริการมากขึ้น อย่างในปี 2566 จะเพิ่มการบริการประชาชนเป็น 12 ล้านครั้งต่อปีได้หรือไม่ ซึ่งเห็นพ้องกันว่าสามารถทำได้ โดยคนไทยมี 70 ล้านคน เพื่อสุขภาพช่องปากต้องพบหมอฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง การพบหมอฟันก็จะอยู่ที่ 140 ล้านครั้ง ดังนั้นการบริการทันตกรรม 10 ล้านครั้งต่อปีก็เท่ากับ 8% ซึ่งงานทันตกรรมต้องเดินหน้าให้ประชาชนเข้าถึงบริการให้มากยิ่งขึ้นนพ.โอภาสกล่าวว่า เรื่องบุคลากร การผลิตทันตแพทย์ถือว่าน้อยมาก มีทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตปีละ 800 คน อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขเพียง 1 ใน 4 ซึ่งไม่ถึงครึ่ง ดังนั้นการจะให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนให้ได้มากกว่า 100 ล้านครั้งภายใน 10 ปี จะต้องปรับเปลี่ยนระบบใหม่ ทั้งรูปแบบบริการและการเพิ่มจำนวนบุคลากรให้เพียงพอ หากทำเหมือนเดิมกว่าจะได้ตามเป้าหมายต้องใช้เวลา 50 ปี ดังนั้น จึงเกิดโครงการโรงพยาบาลทันตกรรมขึ้น โดยมีตัวอย่างกรมการแพทย์ที่มีสถาบันทันตกรรมที่มีการบริหารจัดการได้ดี แต่ทำไมสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ถึงไม่มี รพ.ทันตกรรม ทั้งที่เรามีศักยภาพ ซึ่งเดิมมีหน่วยบริการทันตกรรมทุก รพ.อยู่แล้ว จึงไม่น่ายากที่จะขับเคลื่อนให้เป็น รพ.ทันตกรรมดังนั้น ในปี 2566 มี รพ.ที่พร้อมและดำเนินการแล้ว 39 แห่ง และปี 2567 สธ.ตั้งเป้าให้มี รพ.ทันตกรรมทุกจังหวัดเป็นอย่างน้อย และขยายไปยังอำเภอ ภายใน 10 ปี ก็จะครอบคลุมมากขึ้น สำหรับงบประมาณก่อสร้าง รพ.ทันตกรรมนั้น ปัจจุบันงบฯ รพ.มาจากสำนักงบประมาณ จากบัตรทอง เงินบำรุง และอื่นๆ เช่น การบริจาคและกิจกรรมต่างๆ โดยงบบัตรทองต้องหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า จะเพิ่มเติมอย่างไร ที่ไม่ใช่งบเหมาจ่ายรายหัว เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นงบเท่าเดิม แต่การบริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งประกันสังคมด้วย อย่างไรก็ตาม รพ.ทันตกรรมจะอยู่ในนโยบาย “หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล” (One Province One Hospital) โดย สสจ.สามารถจัดสรรเงินในจังหวัดให้กับ รพ.ทันตกรรมได้ไม่แตกต่าง จาก รพ.ในสังกัดอื่นๆเช่นกัน.