นายกฯนำคณะลงพื้นที่ จ.พิจิตร ติดตามสถานการณ์ พายุซัดโครงหลังคาโดมของ โรงเรียนพังถล่มทับร่างผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่มาซ้อมฟุตบอลวิ่งเข้าไปหลบฝนดับสลด 7 ศพ บาดเจ็บ 18 คน พร้อมแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย กำชับช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน สั่งถอดบทเรียนวางแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต เข้าพูดคุยให้กำลังใจครอบครัว ผู้เสียชีวิตและไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ปีติพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทุกราย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและประกันภัยเร่งจ่ายเงินเยียวยาและค่าสินไหมทดแทนแล้วจากโศกนาฏกรรมสลด เกิดพายุลมแรงซัดโครงหลังคาโดมขนาดใหญ่ของโรงเรียนวัดเนินปอ หมู่ 1 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร พังถล่มลงมาทั้งหลัง ทับร่างผู้ปกครองและนักเรียนที่ไปซ้อมเตะฟุตบอลวิ่งเข้ามาหลบฝน เสียชีวิต 7 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 18 คน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 พ.ค. หลังเกิดเหตุกระทรวงศึกษาธิการสั่งเร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าโครงหลังคาดังกล่าวก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ ขณะที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือสาธารณภัย วาตภัย อาคารอเนกประสงค์ วัดเนินปอ หมู่ 1 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบเหตุ มีนายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผวจ.พิจิตร รายงานเหตุวาตภัยส่งผลให้โครงหลังคาโดมโรงเรียนวัดเนินปอพังถล่ม มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 18 ราย ใน อ.สามง่าม มีพื้นที่ประสบภัย 3 ตำบล 16 หมู่บ้าน บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหาย 408 หลัง โรงเรียน 2 แห่งวัด 1 แห่ง ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้ความช่วยเหลือแล้ว จากนั้นนายกฯพร้อมคณะไปตรวจจุดเกิดเหตุโครงหลังคาโดมที่พังถล่ม สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ถอดบทเรียนและกำชับเรื่องการดูแลเยียวยา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการช่วยเหลือพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอย้ำให้ความช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด ส่วนการซ่อมบ้านต่างๆ ตำรวจทหารต้องเข้ามาช่วยกัน จากนั้นนายกฯ พบปะให้กำลังใจประชาชนและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบมารอบนศาลาวัด พร้อมระบุว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนทั้งประเทศขอแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เรียกกลับมาไม่ได้คือชีวิต ต้องอุทิศส่วนกุศลทำพิธีให้อย่างสมเกียรติ และอีกกลุ่มคือคนบาดเจ็บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทุกราย นี่คือพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันที่มีต่อพสกนิกรทุกคน ส่วนรัฐบาลมีงบประมาณจากสำนักนายก รัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ ท้ายที่สุดต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปภ.ต่างๆในพื้นที่ ต่อมานายกฯ เดินทางไปเคารพศพที่ตั้งบำเพ็ญกุศลภายในบ้าน พูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย ก่อนจะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.พิจิตร แล้วเดินทางกลับที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังกลับจาก จ.พิจิตร ว่า การช่วยเหลือทุกอย่างครบถ้วนหมดแล้วให้ถอดบทเรียนเป็นแนวทางการวางแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นเพราะต่อไปไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอีก โลกเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ขอให้เตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุให้เรียบร้อย รวมถึงศึกษาบทเรียนที่ผ่านมาว่ามีอะไรที่แตกต่างบ้างหรือไม่ ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลและญาติผู้เสียชีวิตทุกอย่างเรียบร้อยดี คิดว่าจะช่วยฟื้นฟูสถานการณ์ได้เร็ววันเพราะงบประมาณก็มีให้ ขอแสดงความเสียใจกับทุกคน และขอให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสีย เมื่อถามว่ามีการสั่งให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารต่างๆเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากจะเข้าสู่ฤดูฝน นายกฯกล่าวว่า ตรวจสอบแล้ว เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะต้องดูแลผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้มอบหมายให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มอบถุงยังชีพแทน เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต. โดยรัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้ ค่าจัดการศพ รายละ 50,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพ สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต 30,000 บาท และครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีบุตรอายุไม่เกิน 25 ปี อีกครอบครัวละ 50,000 บาท สำหรับผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยผู้บาดเจ็บสาหัส รายละ 30,000 บาท และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 15,000 บาททั้งนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างรอข้อมูลสรุปรายละเอียดผู้บาดเจ็บจาก จ.พิจิตร เพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเงินกองทุนช่วยเหลือฯ พิจารณาจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บต่อไปส่วนกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท (จ่ายแล้ว) และเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส รายละ 5,000 บาท ผู้บาดเจ็บ รายละ 3,000 บาท อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการจะมอบเงินช่วยเหลือเฉพาะนักเรียน โดยจะพิจารณาทบทวนการมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวอีกครั้ง ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิจิตร มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ 1.ค่าสะเทือนใจ รายละ 2,300 บาท 2.ค่าทำศพ รายละ29,700 บาท 3.ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้ที่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวเป็นหลัก มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพิ่มให้อีก 29,700 บาท4.ผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 3 วัน มอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมรายละ 4,000 บาท นอกจากนี้ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรการกุศล มูลนิธิต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วยด้านคดี พ.ต.อ.สุเมธ สุนะ ผกก.สภ.หนองโสน เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เผยว่า ได้นำพนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์ประจำ รพ.สามง่าม ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตไว้ทั้งหมดเและดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีชันสูตร จะทำการสอบสวนพร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนสาเหตุมาจากลมพายุรุนแรง ยังไม่มีการแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับใครนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. เผยว่า หลังเกิดเหตุสำนักงาน คปภ.จังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นที่ทันทีพบว่า ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ประกอบด้วย นักเรียนโรงเรียนวัดเนินปอ 2 ราย โค้ชฝึกสอนฟุตบอล 1 ราย ประชาชน 2 ราย และนักเรียนโรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 2 ราย จากการตรวจสอบการทำประกันภัยเบื้องต้นพบว่าโรงเรียนวัดเนินปอทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มคุ้มครองวันที่ 15 พ.ค.66 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 15 พ.ค.67 กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองสำหรับค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกินวงเงิน 6,000 บาท ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตภายนอกโรงเรียน 60,000 บาทต่อราย และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตภายในโรงเรียน 120,000 บาทต่อรายทั้งนี้ บริษัทวิริยะประกันภัยตกลงจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตในวันที่ 26 พ.ค. โดยนักเรียนโรงเรียนวัดเนินปอ 2 รายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนรายละ 120,000 บาท ส่วนโค้ชฝึกสอนฟุตบอลจะได้รับค่าสินไหมทดแทน 560,000 บาท โดยได้รับความคุ้มครองจากบริษัทวิริยะประกันภัย 60,000 บาท และจากการทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มคุ้มครองวันที่ 27 ม.ค.66 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 26 ม.ค.67 กรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 500,000 บาทส่วนนักเรียนโรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 2 ราย ตรวจสอบพบว่า ทางโรงเรียนทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มคุ้มครองวันที่ 1 พ.ค.66 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 พ.ค.67 กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกินวงเงิน 10,000 บาท และคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 100,000 บาท บริษัทตกลงจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต 2 ราย รายละ 100,000 บาท ส่วนประชาชนอีก 2 รายที่เสียชีวิตด้วย ยังไม่พบข้อมูลการทำประกันภัยแต่อย่างใด สำหรับผู้บาดเจ็บ 18 ราย ที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล สำนักงาน คปภ.จังหวัดพิจิตร ได้ประสานบริษัทประกันภัยและโรงพยาบาลเพื่อรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลให้ผู้บาดเจ็บที่มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว