คดีดีเอสไอ-ตำรวจ 191 ยักยอก เงินของกลางในบ้านพักอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูฯใกล้ถึงจุดไคลแมกซ์ หลัง “ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์” อธิบดีดีเอสไอ รักษาราชการแทน ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ดอดเข้าให้ปากคำนาน 3 ชั่วโมง “บิ๊กโจ๊ก” ชี้คำให้การทั้งเรื่องเงิน การรายงานผลการปฏิบัติ ไม่เหมือนของ ผอ.ส่วนกลั่นกรองฯ และ ผอ.กองพัฒนาฯ ผู้เป็นหน้าห้องอธิบดียังโยนกันไปโยนกันมา ไม่มีใครยอมตายเดี่ยว กำลังมีคนโกหกเพราะความจริงมีหนึ่งเดียว ขณะที่พนักงานสอบสวนเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ภายในสัปดาห์หน้า สรุปยอดเงินของกลางที่หายไปสูงถึง 10 ล้านบาทที่สโมสรตำรวจ เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 27 ม.ค. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รักษาราชการแทน ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนหลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดเฉพาะกิจ 5 นาย ร่วมกับตำรวจ บก.สปพ. (191) 9 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูประจำประเทศไทยในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ก่อนร่วมกันยักยอกทรัพย์สินรวมทั้งเงินสดไปประมาณ 10 ล้านบาทว่า นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ยืนยันเป็นการสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและลงนามในคำสั่งชุดเฉพาะกิจจริงถือเป็นการอนุมัติให้ไปปฏิบัติงาน แต่ไม่ได้สั่งให้ไปกระทำการทุจริต อีกทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของชุดเฉพาะกิจดังกล่าว นายไตรยฤทธิ์ให้การทั้งหมดไม่ได้รายงานภารกิจกลับมา คำให้การนี้ขัดแย้งกับคำให้การของชุดเฉพาะกิจ ที่ให้การว่าหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้รายงานให้อธิบดีดีเอสไอรับทราบ ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของคณะทำงานต้องแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไปว่านายไตรยฤทธิ์รับทราบผลการปฏิบัติจริงหรือไม่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวถึงในส่วนของทรัพย์สินและเงินสดที่ถูกยักยอกไปกว่า 10 ล้านบาทว่า นายไตรยฤทธิ์ให้การปฏิเสธไม่ทราบเรื่องเงินก้อนดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจไม่ได้รายงานผลการปฏิบัติกลับมา ขณะที่คำให้การของชุดเฉพาะกิจยืนยันกับพนักงานสอบสวนระหว่างการสอบปากคำว่ามีการรายงานไปยังอธิบดีดีเอสไอ ดังนั้นคำให้การมีความย้อนแย้งกันอยู่ มีคนกำลังโกหกเพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว คณะพนักงานสอบสวนต้องไปขยายผลต่อเพราะเงินถูกแบ่งกระจายกันไปอย่างแน่นอน แต่จะไปอยู่ที่ผู้ใดบ้างยังไม่มีใครให้การ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 นาย จากทั้งหมด 5 นาย ในชุดตรวจค้น เข้าไปค้นในคอนโดหรูที่พักของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูและครอบครัวที่ย่านห้วยขวาง นายไตรยฤทธิ์ยืนยันไม่ทราบรวมทั้งไม่มีการรายงานให้ทราบเช่นเดียวกัน สำหรับทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้ง 3 นาย นำออกไปจากคอนโดหรูที่พักของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูนั้น มีพยานให้การว่าเป็นพระเครื่องแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด นอกจากนี้การเข้าตรวจค้นคอนโดได้โดยไม่มีหมายค้นนั้น ทั้งหมดอ้างว่ามีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งของสถานกงสุล เพื่อขออนุญาตตรวจค้นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ระบุด้วยว่า ขณะนี้ยังพบความผิดปกติหลายส่วนของสถานกงสุลนาอูรู โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในสถานกงสุลนาอูรูมานานกว่า 20 ปี เป็นผู้ติดต่อดีเอสไอให้เข้าไปตรวจสอบบ้านพักอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู คณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ต้องขยายผลต่อแน่นอน สำหรับ “ผอ.ท็อป” นายเสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ หน้าห้องอธิบดีดีเอสไอ พนักงานสอบสวนสอบปากคำในประเด็นการประสานไปยังรอง ผบก.สปพ. เรียบร้อย ยืนยันมีการรายงานทางวาจาให้นายไตรยฤทธิ์รับทราบ เหลือบางประเด็นที่จะต้องสอบเพิ่มเติม“จากคำให้การของนายตฤณ พิชิตกุญชร ผอ.ส่วนกลั่นกรองและการข่าวคดีพิเศษภาค และคำให้การแรกของนายเสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ ค่อนข้างมีความสอดคล้องกัน แต่คำให้การของนายไตรยฤทธิ์ไม่เหมือนคนอื่นยังโยนกันไปมาอยู่ พอจวนตัวและจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม สุดท้ายไม่มีใครยอมตายเดี่ยว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับนายไตรยฤทธิ์เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานไปถึง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ผอ.ท็อป-นายเสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ แอบเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ก่อนเวลานัดหมาย คาดต้องการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามกับทัพสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวมีรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ม.ค. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทน ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมสูทสีเทาดำ กางเกงขายาวสีดำ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนชุดทำงานของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ปากคำที่สโมสรตำรวจ ในกรณีดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวไม่มีเอกสารหลักฐาน ใช้เวลานานประมาณ 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น จากนั้นเจ้าตัวเดินหลบสื่อมวลชนที่ดักรออยู่ด้านหน้าออกไปทางประตูด้านข้างสโมสรตำรวจอย่างรวดเร็ว ไม่มีการให้สัมภาษณ์ สำหรับการเข้าให้ปากคำครั้งนี้เป็นการเดินทางเข้าพบก่อนวันนัดหมาย จากเดิมที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้เข้าพบในวันที่ 27 ม.ค.เวลา 10.00 น.แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า สำหรับประเด็นในการสอบสวนนายไตรยฤทธิ์นั้น พนักงานสอบสวนมุ่งสอบในทุกประเด็นสงสัย รวมทั้งประเด็นคำสั่งตั้งชุดปฏิบัติการด้านการข่าว (ชปข.) ดีเอสไอที่แต่งตั้งขึ้นมาใหม่และเป็นชุดที่เข้าไปปฏิบัติการร่วมกับตำรวจ บก.สปพ. ว่ามีเหตุผลใดตั้งชุดเฉพาะกิจพิเศษนี้ขึ้นมาและตั้งมาเพื่อภารกิจด้านใด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าค้นบ้านพักอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.65 ว่ามีส่วนเกี่ยว ข้องอย่างไรและเป็นผู้อนุมัติตามขั้นตอนหรือไม่ นายไตรยฤทธิ์ยอมรับคำสั่งตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อสืบสวนหาข้อมูล หลังรับการร้องขอจากกงสุลนาอูรู ให้ตรวจสอบความผิดปกติที่บ้านหลังเกิดเหตุ คำสั่งเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามปกติ หลังจากอนุมัติไปแล้วไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า พร้อมปฏิเสธรู้เห็นเรื่องการเรียกรับเงิน ทราบจากข่าวที่สื่อนำมาเผยแพร่ ส่วนประเด็นที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 นาย เข้าไปตรวจค้นที่คอนโดฯโดยไม่มีหมายค้นนั้น นายไตรยฤทธิ์ให้การว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นไม่ได้รายงานจะเข้าไปตรวจสอบที่คอนโดฯด้วย ยืนยันไม่มีคำสั่งให้เข้าไปตรวจค้น“สำหรับการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ครบถ้วนแล้ว พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนเพื่อส่งไปยัง ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินคดีในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เมื่อส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้ว ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช. ว่าจะสอบสวนคดีต่อหรือส่งกลับมาให้ตำรวจ ทราบผลภายใน 30 วันนับจากวันที่ ป.ป.ช.รับคดี” แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของเงินสดที่ถูกยักย้ายถ่ายเทไป ตรวจสอบพบเงินสดที่เจอในบ้านของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูประจำประเทศไทยรวม 8.3 ล้านบาท ส่งคืนเป็นของกลางประมาณ 2.5 ล้านบาท จากนั้นมีการไปเรียกเงินเพิ่มจากกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนอีกกว่า 4 ล้านบาท รวมเงินสดที่หายไปประมาณ 10 ล้านบาท