นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ข้อมูลของกรมควบคุมโรคปี 2557-2563 มีเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กถูกลืมไว้ในรถมากถึง 129 ครั้ง ในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิต 6 ราย เป็นรถตู้รับ-ส่งนักเรียน 5 ราย และเป็นรถส่วนบุคคลของครู 1 ราย เมื่อเด็กติดอยู่ในรถ และจอดตากแดดเป็นเวลานาน อุณหภูมิในรถจะเพิ่มขึ้น 10 องศาเซลเซียส และค่อยเพิ่มขึ้นได้ถึง 40-50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดอาการฮีตสโตรก เกิดภาวะเลือดเป็นกรด อวัยวะต่างๆล้มเหลว ทั้งระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด และไต จนทำให้เสียชีวิต จึงขอเน้นย้ำการดูแลเช็กเด็กก่อนขึ้นลงรถทุกครั้งนพ.ธนะพงศ์กล่าวต่อว่า มาตรการแก้ไขปัญหาเด็กติดในรถทำได้โดย 1.เช็กจำนวนเด็กนักเรียนทั้งก่อนขึ้นรถและหลังลงจากรถ 2.การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างที่หลายๆโรงเรียนทำ คือ ระบบสแกนบัตรนักเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองและครูทราบว่าเด็กเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว และการติดกล้องในรถเพื่อบันทึกภาพสำหรับตรวจเช็ก 3.ฝึกฝนให้นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองบนรถ ขั้นเบื้องต้นได้ เช่น สอนการเปิดประตู การบีบแตร การร้องขอความช่วยเหลือ 4.ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตในรถรับ-ส่งนักเรียน อาทิ ค้อนทุบกระจกกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทั้ง 4 ข้อ ยังขาดการติดตามกับดูแล ดังนั้น ศวปถ.จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกข้อกำหนดดูแลเฝ้าระวัง และตรวจสอบแบบ 2 ชั้น หรือ “Double Check” เหมือนการเช็ก ผู้โดยสารบนเครื่องบิน ที่เช็กทั้งก่อนขึ้นบนเครื่องบิน และหลังลงจากเครื่องบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการกำหนดบทบาทหน้าที่ครูหรือเจ้าหน้าที่ ที่จะมาทำหน้าที่ในแต่ละครั้งให้ชัดเจน และมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น.