เลขาฯ รมว.ยุติธรรม พอใจคำชี้แจงของ ผบก.นิติเวชฯ รพ.ตร. หลังเข้าสังเกตการณ์และรับฟังข้อมูลนาน 40 นาที ยืนยัน “น้องจีฮุน” เสียชีวิตจากฮีตสโตรก ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือข่มขืน ครอบครัวคนตายระบุหากกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ จะนำศพไปฌาปนกิจตามขั้นตอน ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ร่วมให้ข้อมูลร่องรอยฟกช้ำเข้าได้กับบางตำแหน่งในรถคันเกิดเหตุระหว่างที่คนตายชักเกร็งที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้สังเกตการณ์เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. เพื่อรับฟังคำชี้แจงขั้นตอนกระบวนการผ่าชันสูตรศพ ด.ญ.เขมนิจ หรือน้องจีฮุน ทองอยู่ อายุ 7 ขวบ เด็กนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตภายในรถตู้ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค. หลังพ่อแม่ของน้องจีฮุนเข้าร้องเรียนกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยตรวจสอบสาเหตุการตายว่าที่ ร.ต.ธนกฤตเปิดเผยก่อนเข้าฟังการชี้แจงว่า เดินทางมาในฐานะตัวแทนครอบครัวน้องจีฮุนเพื่อสังเกตขั้นตอนการทำงานของสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. เนื่องจากตามกฎหมาย หากรายงานผลการชันสูตรครั้งแรกยังไม่ออก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมก็ยังไม่มีอำนาจในการผ่าชันสูตรพลิกศพครั้งที่ 2 ต้องรอผลการชันสูตรประมาณ 40 วัน ระหว่างรอผลการชันสูตรต้องตรวจสอบขั้นตอนและกระบวนการว่าดำเนินการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ทั้งนี้ ได้เชิญแพทย์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมรับฟังในฐานะผู้เชี่ยวชาญและจะนำคำชี้แจงไปหารือกับคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม ก่อนจะแจ้งให้กับครอบครัวของน้องจีฮุนทราบ ส่วนผลชันสูตรยังต้องรอตามกรอบ เวลา 40 วัน หากครอบครัวผู้ตายยังติดใจสาเหตุ สามารถยื่นขอชันสูตรครั้งที่ 2 ได้ เบื้องต้นแม่น้องจีฮุนเชื่อว่าเป็นการเสียชีวิตแบบผิดปกติ เพราะสภาพศพดูเรียบร้อยไม่มีคราบน้ำลาย น้ำตา หรือปัสสาวะหลังรับฟังคำชี้แจงจาก พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.นาน 40 นาที ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ กล่าวว่า เบื้องต้นผลการชันสูตรบ่งชี้สาเหตุการเสียชีวิตของน้องจีฮุนเกิดอาการฮีตสโตรกหรือเกิดความร้อนในร่างกายมากเกินไป แพทย์ผู้ผ่าชันสูตรศพดำเนินการแล้ว 5 ข้อ คือ การบันทึกเสื้อผ้า การตรวจสภาพร่างกายลักษณะภายนอก การบันทึกบาดแผลภายนอกร่างกาย การเก็บวัตถุพยาน อาทิ ตรวจเลือด ช่องคลอด ทวารหนัก เล็บ ชิ้นเนื้อ อาหารในกระเพาะ และการผ่าชันสูตรภายในร่างกายทั้งหมด เบื้องต้นพบร่องรอยฟกช้ำตามแขนและใบหน้าบ้าง แต่ไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืนหรือรอยฟันหักรอยกระแทก สรุปได้ว่าผลดังกล่าวน่าจะเกิดจากอาการฮีตสโตรกคืออุณหภูมิในร่างกายสูงและเกิดการเปลี่ยนแปลง“ส่วนตัวผมรู้สึกพอใจผลการผ่าชันสูตรพลิกศพของแพทย์นิติเวช รพ.ตร. โดยเฉพาะประเด็นการฆาตกรรมไม่พบร่องรอยการทำร้าย คาดภายในวันที่ 15 ก.ย. ผลการชันสูตรจะออกอย่างเป็นทางการ หากคุณแม่น้องจีฮุนยังมีความสงสัยและต้องการชันสูตรศพครั้งที่ 2 เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันอีกครั้ง แต่ขณะนี้ได้รับการยืนยันมาหากกระทรวงยุติธรรมเข้ามาดูแล้วไม่พบความผิดปกติของการผ่าชันสูตรศพ ญาติผู้ตายก็จะยึดถือเอาตามผลการชันสูตรศพที่ได้และจะรับศพไปฌาปนกิจต่อไป” ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวขณะที่ นพ.ศราวุฒิ สุจริตธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนิติเวช ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้สังเกตการณ์ร่วมอธิบายเพิ่มเติมของอาการฮีตสโตรกว่า ในเด็กที่เสียชีวิตในรถมีจำนวนมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากเด็กจะทนความร้อนได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ หากนอนหลับก็จะเกิดอาการทางสมอง ชัก หมดสติ อวัยวะภายในต่างๆ ล้มเหลวช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนบาดแผลฟกช้ำเกิดขึ้นตามแขนขาและหนังศีรษะเข้าได้กับบางตำแหน่งภายในรถคันเกิดเหตุ คาดระหว่างชักเกร็งทำให้แขนขาฟาดไปยังอุปกรณ์ต่างๆในรถ ส่วนจุดเลือดออกในปอดพบได้ในศพที่เกิดอาการฮีตสโตรกเช่นเดียวกัน แต่ต้องนำข้อมูลต่างๆจาก พฐ. และผลการตรวจที่เกิดเหตุมาประกอบกัน