น.ส.สราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) เปิดเผยถึงงานวิจัยที่พบเด็ก-หญิงพิการถูกกระทำความรุนแรงโดนข่มขืนมากสุด 88% มีเพียง 29% แจ้งความว่า ด้วยข้อจำกัดทางสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของคนพิการจึงมักตกเป็นเหยื่อแสวงหาประโยชน์ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำความรุนแรงได้ง่าย อีกทั้งผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด คนในครอบครัว คนที่มีอิทธิพลต่อตัวคนพิการซึ่งต้องพึ่งพา ทำให้คนกระทำใช้โอกาสตรงนี้ล่วงละเมิดคนพิการ นอกจากนี้กระบวนการหลายอย่างก็ยังไม่เข้าใจและรองรับที่มากพอ เช่น ข้อจำกัดเรื่องล่ามในกระบวนการยุติธรรม ปีนี้ พก.ได้ร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมจัดอบรมล่ามภาษามือในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการสื่อสารในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และจะขึ้นบัญชีล่ามภาษามือในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้กรณีที่มีเหตุกระทำความรุนแรงเกิดกับคนพิการ พก.จะมีคณะกรรมการย่อยที่ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือดูแลทั้งกระบวนการอย่างต่อเนื่องเป็นรายกรณี โดยเฉพาะการช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ พก.สามารถดูแลช่วยเหลือในเรื่องการดำเนินคดี จัดหาล่าม จัดหาทนายความ รวมถึงความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเมื่อถามถึงการสื่อสารอย่างไรให้คนพิการที่ถูกกระทำความรุนแรงเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น น.ส.สราญภัทรกล่าวว่า ต้องรณรงค์ให้สังคมไม่เพิกเฉย ไม่ยอมเรื่องเหล่านี้ ยอมรับบางครั้งมีข้อจำกัดที่คนพิการที่ถูกกระทำมักจะไม่ค่อยอยากแจ้งความดำเนินคดี เพราะส่วนใหญ่ก็คือคนใกล้ชิด คนในครอบครัวที่เขาต้องพึ่งพิง กลัวจะไม่มีคนรัก คนดูแล บางรายจึงใช้วิธีไกล่เกลี่ยให้จบความโดยเร็ว จึงต้องอาศัยกระบวนการชุมชน ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล ป้องกันและดำเนินการเอาคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน พก.และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องวางระบบเฝ้าระวัง ติดตาม ช่วยให้สุดทางและสื่อสารให้คนพิการที่ถูกละเมิดได้รับรู้สิทธิและกระบวนการ ช่วยเหลือที่รอบด้านต่อข้อถามถึงลัทธิที่หลอกลวงให้คนพิการมีเพศสัมพันธ์กับคนในลัทธิรักษาความพิการในจังหวัดแห่งหนึ่งในอีสานนั้น น.ส.สราญภัทรกล่าวว่า ได้ส่งทีมลงไปติดตามอยู่ แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง หากเจ้าตัวไม่แจ้งความประสงค์ที่ต้องการให้เราเข้าไปดำเนินการอย่างไร เราก็เข้าไปดูแลค่อนข้างยาก เพราะบางทีอาจจะเป็นการล่วงละเมิดซ้ำ.