เมื่อวันที่ 27 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งฯ สำหรับตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยในวันสมัครใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าวจะต้องไม่หมดอายุ หรือ สพฐ.อาจกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขอื่นได้ ผู้สอบแข่งขันต้องได้คะแนนภาค ก ภาค ข และภาค ค ภาคละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และจะมีการขึ้นบัญชีผู้ที่สอบได้ไว้ไม่เกิน 2 ปีรมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับเงินเพิ่ม ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564 โดยให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่ม กรอกรายละเอียดลงใน “แบบขอรับเงินเพิ่มฯ” พร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาวุฒิบัตรผ่านการอบรมฯ และสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ยื่นเสนอต่อส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษาผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับการจ่ายเงินเพิ่มให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่มมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ไม่ก่อนวันที่ระเบียบ ก.ค.ศ. มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้หากภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่า การขอรับเงินเพิ่มของผู้ใดมีการแจ้งข้อมูลหรือรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย โดยเงินที่ได้รับเพิ่มนี้ถือเป็นเงินท็อปอัปนอกเหนือจากเงินเดือน ซึ่งคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เห็นว่า เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานพัสดุที่มีภาระงานหนัก และต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำงานสูงน.ส.ตรีนุชกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ. รวมถึงร่างแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยข้อ 5 ของประมวลจริยธรรมฉบับดังกล่าว ได้กำหนดให้จัดทำแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด.