อุบัติเหตุสลด เซลส์สาวชะตาขาด ควบเก๋งป้ายแดงพุ่งลงคลองจุดกลับรถ ใต้สะพาน พลเมืองดีทุบกระจกรถมุดเข้าไปช่วยดึงร่างออกมาปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ไม่สำเร็จ คาดสาเหตุจากขับรถไม่แข็ง ไม่ชินทาง รีบขับกลับบ้านช่วงกลางดึก จุดกลับรถ ใต้สะพานมีเสาไฟริมถนนเป็นทางตรงแนวเดียวกับฝั่งตรงข้ามคลอง เลยขับตามแนวไฟไปจนพุ่งลงน้ำ เผยจุดนี้มีรถ จยย.พุ่งตกคลองมาแล้ว 4 ราย แขวง ทางหลวงชนบทต้องนำแท่งแบริเออร์มาวางกั้นป้องกัน เหตุซ้ำรอย อีกรายนักศึกษาหนุ่มลูกชาย พ.ต.อ.ควบ กระบะเสียหลักตกคลองชลประทาน หนีออกมาไม่ได้ จมน้ำดับคารถอุบัติเหตุสลด สาวขับเก๋งพุ่งตกคลองจุดกลับรถใต้สะพานเสียชีวิตรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 10 ธ.ค. พ.ต.ท.ชาคินัย เมรัสนัด สว. (สอบสวน) สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งตกคลองแขวงกลั่น บริเวณจุดกลับรถ ใต้สะพานข้ามคลอง ถนนสายประเวศ-เทพราช มุ่งหน้าถนนสิริโสธร หมู่ 2 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ นำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ล-4298 กรุงเทพมหานคร พุ่งตรงเลยจุด กลับรถลงไปในคลอง สภาพรถหัวปักจมลงไปในน้ำเกือบมิดคัน ท้ายรถโผล่พ้นน้ำเล็กน้อย มีพลเมืองดีทุบกระจกท้ายรถมุดเข้าไปช่วยนำร่างคนขับที่จมน้ำหมดสติออกจากรถขึ้นมาบนฝั่ง ทราบชื่อ น.ส.อาจารีย์ อมรรัตนพันธ์ อายุ 42 ปี เป็นพนักงานขายสินค้าบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 5 ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 9 แยก 1 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ช่วยกันปั๊มหัวใจระหว่างรอรถกู้ชีพมารับตัว แต่สุดท้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นำศพส่งชันสูตรที่ รพ.บ้านโพธิ์จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถใต้สะพานไม่มีแท่งแบริเออร์กั้นทางลงคลอง มีเสาไฟส่องสว่างอยู่ริมถนนด้านล่างเป็นทางตรงแนวเดียวกับเสาไฟริมถนนฝั่งตรงข้ามคลอง ส่วนบนสะพานไม่มีไฟส่องสว่าง เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายขับรถไม่แข็งและไม่ชินเส้นทาง รถวิ่งด้วยความเร็วมาถึงจุดกลับรถใต้สะพาน เห็นแนวไฟริมถนนคิดว่าเป็นทางตรง ไม่เห็นว่ามีคลองขวางอยู่ทำให้รถพุ่งตกลงไปในคลองจมน้ำเสียชีวิตนายสมศักดิ์ วงศ์ธนุเวท อายุ 52 ปี พลเมืองดีบ้านอยู่ละแวกใกล้เคียงเผยว่า ได้ยินเสียงดังหน้าบ้าน รีบออกมาดูเพราะรู้ว่าน่าจะมีรถตกลงไปในคลอง เห็นรถจมอยู่ในน้ำท้ายรถโผล่ ต้องทุบกระจกหลังมุดตัวเข้าไปในรถพบร่างคนขับคว่ำหน้าจมน้ำอยู่ รีบดึงร่างออกมาบนฝั่งพยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ สำหรับจุดกลับรถใต้สะพานนี้เคยมีรถ จยย.ขี่เลยพุ่งตกคลองได้รับบาดเจ็บมาแล้ว 4 ราย ครั้งนี้เป็นรถเก๋งคนขับติดอยู่ในรถทำให้จมน้ำเสียชีวิต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งป้องกันแก้ไขด่วนต่อมาในช่วงเช้า พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม ผกก.สภ.แสนภูดาษ ลงตรวจจุดเกิดเหตุพร้อมเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุอีก รีบประสานแขวงทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรานำแท่งแบริเออร์พลาสติกมาตั้งเรียงเป็นแนวกั้นทางโค้งใต้สะพานไม่ให้รถพุ่งตรงลงคลอง เนื่องจากประชาชนเริ่มเดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่แล้ว ส่วนใหญ่จะไม่รู้เส้นทางอาจเกิดอุบัติเหตุสลดซ้ำอีก ส่วนอุบัติเหตุครั้งนี้เท่าที่สอบถามสามีผู้ตายทราบว่า ภรรยาขับรถออกจากบ้านมาทำธุระที่ฉะเชิงเทรา ด้วยความเร่งรีบกลับบ้าน แต่ขับรถไม่แข็งและไม่ชำนาญเส้นทาง น่าจะขับไปตามไฟส่องสว่างริมถนนจนเกิดอุบัติเหตุสลดขึ้น อีกรายนักศึกษาหนุ่มควบกระบะพุ่งจมคลองเสียชีวิตเมื่อเวลา 00.10 น.วันเดียวกัน ร.ต.อ.คำฝน อุทัยมา รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองโดน จ.สระบุรี ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีทอง ทะเบียน บม 1658 สระบุรี พุ่งตกลงไปในคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก หมู่ 3 ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน บริเวณพงหญ้าริมถนนเลียบคลองมีรอยราบเป็นทางยาว รถกระบะจมอยู่ใต้น้ำลึก 4 เมตร ห่างจากฝั่งราว 15 เมตร นักประดาน้ำลงงมค้นหานานกว่า 30 นาทีนำศพคนขับออกมาจากรถ ทราบชื่อนายศิวกร พัฒนาคม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 2 ต.หนองโดน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลูกชายของ พ.ต.อ.สมศรี พัฒนาคม อดีต ผกก.สภ.โคกตูม จ.ลพบุรี เกษียณอายุราชการแล้ว สภาพศพสวมเสื้อกีฬาสีน้ำเงิน กางเกงวอร์มสีดำ ตามร่างกายไม่มีบาดแผล เสียชีวิตจากการจมน้ำต่อมามารดาของผู้ตายมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพลูกชายถึงกับปล่อยโฮร่ำไห้เผยว่า ลูกชายขับรถกระบะออกจากบ้านบอกว่าจะไปหาเพื่อนในตัวเมืองลพบุรี แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนคนหาปลาที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงว่าผู้ตายขับรถเสียหลักพุ่งลงคลองเองหรือมีคู่กรณีเฉี่ยวชน ส่วนศพนำส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี