ปูนาเป็นอาหารคู่วิถีชนบทของคนไทยมาช้านาน แต่ปัจจุบันปูนาตามธรรมชาติได้ลดน้อยลงจากปัญหาการใช้สารเคมี ทำให้เกษตรกรหลายรายหันไปทำฟาร์มเลี้ยงอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จเกินคาดเหมือนอย่าง “ฟาร์มปูนาสุธีราฟาร์ม” ของ นายวิโรจน์-นางสุธีรา แก้วแสงทอง สองสามีภรรยา ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 18 บ้านไร่อุดม ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ถือเป็นเจ้าแรกๆของเมืองกล้วยไข่ที่กล้าคิดนอกกรอบเริ่มศึกษาและทดลองเลี้ยงปูนาเมื่อ 5 ปีก่อนจากจุดเริ่มต้นลงทุนซื้อพันธุ์ปูนาไม่กี่คู่ในราคาแค่หลักพันนำมาเลี้ยงในวงบ่อซีเมนซ์แล้วขยายพื้นที่เพิ่มตามประสบการณ์ที่สั่งสมขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกลายเป็นอาชีพสดใส มั่นคง มีรายได้หลักล้านบาทนายวิโรจน์กล่าวว่า หลังจากเริ่มต้นลองผิดลองถูกพักใหญ่ ผ่านไป 2 ปี มีลูกค้าและเกษตรกรทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดมาศึกษาดูงาน ก่อนรวมตัวเป็นเครือข่ายคนเลี้ยงปูนา พัฒนาไปสู่การแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนถึงวันนี้ถือว่าทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว แต่ละวันสมาชิกนำปูนาสดๆมาขายให้กับฟาร์มของเราราคา กก.ละ 80-150 บาทแล้วแต่ขนาดของปูนา จากนั้นจะนำปูนาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆหลากหลายเมนูมีทั้งน้ำพริกมันปูนา น้ำพริกเผาปูนา น้ำพริกนรกปูนา น้ำพริกสวรรค์ปูนา น้ำพริกกุ้งหอมปูนา น้ำพริกแมงดาปูนา น้ำพริกตาแดงปูนา น้ำพริกไตปลาแห้งปูนา กะปิปูนาน้ำปู น้ำปลาร้าปูนา น้ำปลาปูนา ไส้กรอกปูนา และลูกชิ้นปูนา เป็นต้นส่วนที่เป็นไฮไลต์ต้องยกให้น้ำพริกมันปูกับน้ำปลาร้าปูนา รสชาติอร่อยติดใจผู้บริโภคตอนนี้มีออเดอร์จากประเทศเพื่อนบ้านสั่งจองเข้ามาในแต่ละเดือนเป็นเงินหลายแสนบาท นอกจากนี้ ยังมีหลายบริษัทติดต่อให้ฟาร์มเราผลิตน้ำปลาร้าปูนาส่งให้เดือนละหลายแสนขวดจนผลิตกันแทบไม่ทันภูมิใจที่สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร และยังส่งผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าส่งออกไปถึงต่างประเทศ เชื่อว่าอนาคตอาชีพเลี้ยงปูนายังไปได้อีกไกล เพราะคนนิยมบริโภคปูนาหากใครสนใจอยากเข้ามาศึกษาดูงาน สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 06-1582-9748.เจษฎา เรื่อศรีจันทร์